She’s the one ยาใจนายเพลย์บอย – ความรักมักจะทำให้เราอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น

She's the one ยาใจนายเพลย์บอย

ผู้แต่ง ROBINHOOD

สำนักพิมพ์ บลูเบลล์

พิมพ์ครั้งที่ 1 / พฤษภาคม 2549

จำนวนหน้า 201 หน้า

ราคา 159 บาท

คำโปรยปกหลัง

ความรัก เป็นเรื่องไม่เข้าใครออกใครซะจริงๆ

เมื่อเมดสาวหน้าปลาดุก แถมตัวดำมะเมื่อมอย่าง ‘กลอยใจ’ ถูกคุณนายเนื้อทองส่งมาปราบลูกชายจอมเจ้าชู้แท้ๆ แต่ไหงทำไปทำมา เมดจอมซ่าทำท่าจะไปตกหลุมรักเจ้านายเพลย์บอยตัวฉกาจละเนี่ย แล้วเขาจะสนเธอหรอ ก็หน้าแปลกซะขนาดนี้ แถมยังต้องฝ่าด่านบรรดาสาวๆอีกล้านแปด

แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว มาช่วยกันลุ้นเอาใจช่วยเมดสาวกันดีกว่า ว่าจะปิดตำนานเจ้าชู้ของเจ้านายสุดหล่อได้หรือไม่

 รีวิว…She’s the one ยาใจนายเพลย์บอย 

“She’s the one” คิดว่าผู้แต่งน่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงในชื่อเดียวกัน จากอัลบั้ม I’ve been expecting you (1998) ของ Robbie Williams นักร้องชายชาวอังกฤษที่มียอดขายอัลบั้มมากที่สุดกว่า 77 ล้านชุดทั่วโลก สิ่งที่ทำให้เราคิดแบบนั้นเพราะมีตอนนึงของเรื่องที่พระเอกได้ร้องเพลงนี้นั่นเอง ถ้าใครยังไม่เคยได้ลองฟังเพลงนี้ แนะนำให้รีบเปิดฟังเลยค่ะ เพราะเป็นเพลงที่มีเสียงร้องนุ่มๆ ของ Robbie Williams ประกอบกับเสียงดนตรีที่เข้ากันไปหมด และที่สำคัญเป็นเพลงที่มีความหมายที่ดีมากๆ เพลงนึงเลยทีเดียว เพลงนี้อาจจะกลายเป็นเพลงโปรดอีกเพลงของคุณก็ได้นะคะ! (ฟังเพลง She’s The One)

เป็นเรื่องที่เอากลับมาอ่านค่อนข้างบ่อย ถ้าได้เห็นวางไว้เมื่อไหร่เป็นต้องหยิบมาอ่าน พออ่านแล้วก็ติด ‘แม่เมดสาวกลอยใจ’ จนวางไม่ลง คนอะไรหน้าตาเหมือนปลาดุก จริงๆตอนแรกที่พยายามนั่งนึกภาพนี่นึกไม่ออกจริงๆ (จินตนาการเราอาจจะยังไม่ถึงขั้น) เพราะ เคยอ่านเมื่อครั้งที่เขาพิมพ์ออกมาจำหน่ายตั้งแต่แรกๆเลย เท่าที่จำได้คือ ตามคนเขียนเขามาตั้งแต่เขาเริ่มเขียนเรื่องนี้ในเวปไซต์ จนเขารวมเล่มตีพิมพ์ก็ตามซื้อให้มีไว้ในครอบครอง พอเราได้หยิบมาอ่านอีกครั้งในมุมมองที่โตขึ้น ทำให้เราได้ประสบการณ์จากการอ่านที่แตกต่างออกไปจากเดิม

‘กลอยใจ’ น่าจะเป็นตัวแทนของคนธรรมดาที่เราสามารถพบเจอได้ทั่วไปตามท้องถนน ป้ายรถเมล์ ตามตลาด หรือตามห้างสรรพสินค้า นางเอกของเราเป็นคนมีฐานะยากจน อาศัยอยู่กับน้องชายคนเดียวในห้องเช่าเล็กๆ กลอยใจต้องส่งน้องเรียน ต้องรับผิดชอบชีวิตของทั้งตัวเองและน้องชายตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้ต้องทำงานหนัก มีงานพิเศษอะไรนางทำหมด นางเอกของเราเป็นคนผิวคล้ำแต่ว่าดูสะอาดสะอ้าน และถ้าได้อ่านดีๆ ได้นั่งนึก นั่งจินตนาการกันดีๆ นางเอกของเราก็น่าจะจัดว่าเป็นคนที่สวยคนหนึ่ง จะเรียก ‘สวยคม’ (ตามที่พ่อพระเอกเค้าว่า) ก็คงได้ แต่สิ่งที่ทำให้กลอยใจสวยกว่าผู้หญิงคนอื่น คือ ใจ เพราะนางเอกของเรามีจิตใจที่แข็งแกร่ง มุมานะทำงานสุจริต และทำงานหนักมากสายตัวแทบขาด รับทำงานซักรีดทั้งกลางวันกลางคืน จะเรียกว่าหาเช้ากินค่ำหรือบางทีได้กินอีกทีวันใหม่ก็มี แล้วด้วยความที่เป็นคนดี คิดดีทำดี จริงใจ ฉลาดพูดที่บางครั้งก็บังอาจพูดสอนพระเอกของเราจนถึงขั้นสะอึกมาแล้วก็มี (บางประโยคนี่ไม่รู้ว่านางพูดซื่อๆหรือแอบด่า) แม้กลอยใจจะเรียนจบเพียงแค่ ม.6 เพราะสภาพของครอบครัวบังคับก็ตาม และที่สำคัญคือเป็นคนมีศักดิ์ศรีไม่ยอมลงให้กับพระเอกง่ายๆ

ส่วน ‘คุณไอซ์’ พระเอกหนุ่มหล่อหน้าตี๋ อารมณ์ร้าย ลูกชายเจ้าของคอนโด มีความเจ้าชู้เป็นที่หนึ่ง ครอบครัวเป็นที่สอง และเรื่องงานเป็นเรื่องสุดท้าย ซึ่งความเจ้าชู้ของเขานี่แหละที่ทำให้พ่อพระเอกของเราต้องเจ็บตัวมาแล้ว เพราะไปตามจีบนักศึกษาสาวสวยคนหนึ่ง แล้วโดนสาวสวมเขาส่งคนไปสั่งสอนเขา แล้วก็โดนเขาแก้แค้นกลับเจ็บจนต้องนอนโรงพยาบาล นี่ถ้าไม่ได้กลอยใจพูดให้ได้คิดก่อน ก็คงจะแก้แค้นกันไปมาไม่เลิก นี่ยังไม่นับเรื่องแย่ๆ ที่พี่แกชอบทำ อย่างกินเหล้า เที่ยวกลางคืน หิ้วสาวไปนอนด้วยนะเนี่ยยังมีเรื่องขนาดนี้ นี่ถ้าเป็นคนกระเป๋าหนักยอมจ่ายทุกอย่างให้สาวอย่างพ่อของตัวเองจะขนาดไหน แต่พี่แกเป็นคนใจดี น่ารักกับแม่และพี่ชาย ชอบช่วยเหลือคนที่ด้อยกว่าโดยไม่เอาหน้า ก็คงจะนับว่าแกก็เป็นคนดีคนนีงได้เหมือนกัน

ซึ่งต้องบอกเลยว่าผู้ที่รับบทหนักที่สุดของเรื่อง “She’s the one ยาใจนายเพลย์บอย” นี้ก็คงหนีไม่พ้น ‘คุณไอซ์’ พระเอกของเรานี่หละ เขาเป็นตัวละครที่เราได้เห็นพัฒนาการมากที่สุดในเรื่องนี้แล้วก็ว่าได้ เขาเป็นตัวละครที่พิสูจน์ให้เราได้เห็นว่า คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้ ถ้าเขาต้องการจะเปลี่ยน จากคนที่เคยเห็นความรักเป็นแค่เรื่องสนุกๆ มองเป็นเรื่องของการลงทุนและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์โดยที่เขาต้องไม่ขาดทุน กลายเป็นคนที่ไม่ได้ดูคนอื่นที่หน้าตาอีกแล้ว อย่างตอนที่พระเอกของเราต่อยหน้าคนที่จะทำร้ายและพูดจาดูถูกกลอยใจบนโรงพัก เป็นตอนที่เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุด หรืออย่างตอนที่มีคนมาปรึกษาเรื่องจะทำแท้ง และเมื่อตัวพระเอกได้รับบทเรียนราคาแพงจากชีวิตคู่ของพ่อกับแม่ เขาก็มีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างจริงจัง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องทำร้ายความรู้สึกของใครอีก คิดว่านิยายเรื่องนี้มีการเปรียบเทียบให้เราได้เห็นด้านดำและด้านขาวอย่างชัดเจนมากๆ

ความรักมักจะทำให้เรามองข้ามเรื่องต่างๆ มากมาย และไม่ว่าเรื่องต่างๆ ที่ว่านั้นจะเป็นเรื่องที่แย่หรือเลวร้ายมากแค่ไหน เราก็พร้อมจะมองข้ามมันไปอย่างไม่ใยดี เช่นเดียวกับ ‘คุณนายเนื้อทอง’ แม้จะมีหน้าตา เงินทองฐานะทางสังคมที่เพียบพร้อมสมบูรณ์และให้ความรักกับสามีมากแค่ไหน ก็ยังไม่สามารถรับประกันถึงความรักที่จะได้รับความรักจากสามีเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งควรจะได้ เพราะ ความเจ้าชู้และไม่เคยพอ แต่ต่อให้ต้องเจ็บปวดขนาดไหน คุณนายก็ยังรักและให้อภัยสามีเสมอ ยังคงยึดติดกับความรักที่มีให้กับสามี คิดว่าวันหนึ่งเขาจะเลิกเจ้าชู้ นี่อาจจะเป็นสิ่งที่บอกเราว่าต่อให้เราทำความดีมากแค่ไหนก็ไม่อาจเอาชนะความเจ้าชู้และความมักมากของคนคนนึงได้ สิ่งที่เราชื่นชมคุณนายเนื้อทองคือความเป็นแม่ แม้ว่าตัวเองจะขาดความรักจากสามี แต่ไม่เคยขาดความรักที่มีต่อลูก ให้ความรักกับลูกทั้งสองคนอย่างเต็มที่ พยายามรักษาเอาไว้ซึ่งครอบครัว ให้ลูกไม่รู้สึกว่าพวกเขาขาดความรัก อย่างเวลาที่พระเอกเล่าเรื่องครอบครัวของตัวเองให้นางเอกฟัง เวลาในชีวิตทั้งวัยเด็กและโต จะมีแค่ตัวเขา แม่และพี่ชาย น้อยครั้งมากที่จะมีพ่ออยู่ร่วมในเหตุการณ์นั้น

‘ด้วง’ น้องชายของกลอยใจคือจุดเปลี่ยนที่สำคัญของเรื่อง เขากับพี่สาวสองคนพี่น้องต้องสู้ชีวิตด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ดูแลซึ่งกันและกัน เขาจึงรักและเป็นห่วงพี่สาวมาก พยายามช่วยทำงานพิเศษเพื่อแบ่งเบาภาระในบ้านและให้กลอยใจได้มีเงินเหลือไปลงเรียนภาคค่ำอย่างที่ต้องการ และถ้าหากไม่มีหนุ่มด้วง คุณไอซ์ของเราอาจจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองรักนางเอก และเราอาจจะไม่ได้เห็นฉากที่พระเอกของเรื่องยอมลดศักดิ์ศรีของตัวเองลง เพื่อคุกเข่าต่อหน้านักเรียนเป็นร้อยๆ เพื่อที่จะได้ขอแต่งงานกับกลอยใจก็ได้

การตั้งแง่ของพระเอกในเรื่อง ‘ความสวย’ ของนางเอกในช่วงต้นเรื่อง เราจะได้เห็นค่านิยมบางอย่างที่เรามักจะปลูกฝังกันมาโดยที่เราไม่รู้ตัว คือขาวเท่ากับสวย ทำให้เราเกิดคำถามว่า การที่เราล้อคนอื่นว่า ‘มืด’ หรือ ‘ดำ’ เป็นเรื่องปกติในสังคมหรือไม่? อะไรคือสิ่งที่ตัดสินว่าคนนี้สวยหรือไม่สวย? ความชอบส่วนบุคคลสามารถตัดสินความสวยของคนคนนึงได้จริงหรือ? และความสวยตัดสินความสามารถได้หรือไม่? เราควรจะเปลี่ยนทัศนคติเรื่องความสวยและการให้คุณค่าในตัวเองกันแล้วหรือยัง?