แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เจ้าชายเลือดผสม – บทเรียนราคาแพงของความไว้ใจและการจากลานิรันดร

แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เจ้าชายเลือดผสม

(Harry Potter and the Half-Blood Prince)

ผู้แต่ง J.K. Rowling

แปล สุมาลี

สำนักพิมพ์ นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น

พิมพ์ครั้งที่ 9/ กุมภาพันธ์ 2557

จำนวนหน้า 678 หน้า

ราคา 475 บาท

คำโปรยปกหลัง

การต่อสู้กับคนที่คุณก็รู้ว่าใครไม่ได้เป็นไปด้วยดีนัก เฮอร์ไมโอนี่อ่านเจอแต่เรื่องแย่ๆ ในเดลี่พรอเฟ็ต

ดัมเบิลดอร์หายไปจากฮอกวอตส์นานแล้ว และยังไม่กลับมา เหมือนสงครามอื่นๆ ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป นักเรียนปีหกต้องเรียนการหายตัว – – และทำคิ้วหายไปบางส่วน เด็กโตจีบกัน ตกหลุมรักกัน และทะเลาะกัน การเรียนหนักขึ้น แม้ว่าแฮร์รี่จะได้รับความช่วยเหลือพิเศษจากเจ้าชายเลือดผสมผู้ลึกลับก็ตาม และขณะเดียวกันนั้น แฮร์รี่ก็เรียนรู้เรื่องราวซับซ้อนของเด็กชายผู้กลายมาเป็นลอร์ดโวลเดอมอร์ โดยหวังว่าจะค้นพบจุดอ่อนของเขา

 รีวิว…แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เจ้าชายเลือดผสม 

วันนี้เรายังอยู่กับ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” นะคะ ซึ่งเล่มที่เราจะมาคุยกันก็คือเล่มที่ 6 และเป็นเล่ม รอง สุดท้ายแล้ว แอบบอกไว้ก่อนว่าในเล่มนี้มีเหตุการณ์ที่สำคัญๆ หลายเหตุการณ์มากและแต่ละเหตุการณ์ก็ล้วนแต่มีความสำคัญต่อเล่มจบที่เราจะพูดถึงกันตอนหน้า แต่วันนี้เรามารีวิวเล่มที่ 6 กันก่อนเนอะ โดยเล่มนี้มีชื่อว่า “แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม” ไม่พูดเกริ่นกันให้มากความดีกว่า ไปผจญภัยกันเลย!

ปิดเทอมฤดูร้อนในปีนี้ของ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” นั้น แย่ และ เจ็บปวด จนถึงขั้นหมดอาลัยตายอยาก เพราะการ จากไป อย่าง กระทันหัน ของ “ซิเรียส แบล็ก” พ่อทูนหัวของเขา ในการต่อสู้กับผู้เสพความตายที่กระทรวงเวทมนตร์ครั้งล่าสุด เหตุการณ์นี้กระทบความรู้สึกของเขามากกว่าที่ผ่านๆ มา ถ้าเพียงเขาคิดใคร่ครวญและฟังคำเตือนของเฮอร์ไมโอนี่ให้จริงจังกว่านี้ ไม่หลงเชื่อ ภาพ ที่โวลเดอมอร์ ต้องการ ให้เขาได้เห็น ภาพที่ หลอก ให้เขาไปที่กองปริศนา พ่อทูนหัวของเขาก็อาจจะไม่จากเขาไปแบบนั้น แต่ในความเศร้านั้นเขาก็ยังรู้สึกดีอยู่บ้างที่แผนการของโวลเดอมอร์ไม่สามารถปฏิบัติการได้สำเร็จ โวลเดอมอร์จะไม่มีวันได้ฟังคำพยากรณ์ที่เหลือ คำพยากรณ์ที่มีเพียงแต่เขา ดัมเบิลดอร์ รอนและเฮอร์ไมโอนี่เท่านั้นที่รู้

แฮร์รี่จึงใช้เวลาตลอดปิดเทอมหน้าร้อนที่บ้านซอยพรีเว็ตด้วยการปล่อยให้มันผ่านไปวันๆ จนวันหนึ่งเขาได้รับจดหมายจาก “ดัมเบิลดอร์” อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ บอกว่าดัมเบิลดอร์จะมารับและจะพาเขาไปส่งที่ “บ้านโพรงกระต่าย” ด้วยตัวเอง แฮร์รี่จึงรอคอยดัมเบิลดอร์อย่างมีความหวัง เพราะมันหมายความว่าเขาจะได้ใช้เวลาปิดเทอมที่เหลือทั้งหมดที่นั่น และในที่สุดดัมเบิลดอร์ก็ไม่ปล่อยให้เขารอเก้อ แต่ก่อนที่เขาจะได้เดินทางไปบ้านโพรงกระต่าย ดัมเบิลดอร์ก็พาเขาหายตัวไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เขารู้เพียงว่าดัมเบิลดอร์มาหา เพื่อน คนหนึ่ง เพื่อเจรจาขอให้กลับไป สอนที่ฮอกวอตส์ อีกครั้ง

ในที่สุดเขาก็ได้กลับมาที่ “บ้านโพรงกระต่าย” แต่ก่อนที่ดัมเบิลดอร์จะออกจากบ้านโพรงกระต่าย ดัมเบิลดอร์ได้บอกกับแฮร์รี่เกี่ยวกับการสอน บทเรียนพิเศษ ให้อีกครั้งโดยดัมเบิลดอร์จะเป็นคนสอนเอง หลังจากคราวที่แล้วที่เขาได้เรียน “การสกัดใจ” จากศาสตราจารย์สเนปนั้นล้มเหลวไม่เป็นท่า แฮร์รี่จึงเฝ้าคิดถึงบทเรียนที่ดัมเบิลดอร์จะสอนอย่างกระตือรือร้น ปีที่แล้วการ กลับ ไปฮอกวอตส์ของแฮร์รี่เป็นเหมือนฝันร้าย เขาต้องต่อสู้กับเรื่องที่กระทรวงเวทมนตร์ปั้นแต่งให้เขากลายเป็นคนโกหกหลอกลวง แต่ตอนนี้ทุกคนก็ได้รู้แล้วว่าเขาพูดถูกเรื่องของ “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร” มาโดยตลอด เขาหวังว่าปีนี้ทุกคนจะเลิกจ้องมองและแอบซุบซิบนินทาเรื่องของเขาสักที แต่นั่นก็เป็นเพียงสิ่งที่เขาได้แต่หวัง เพราะตอนนี้เขาได้กลายเป็น “ผู้ที่ถูกเลือก” ไปเสียแล้ว

อย่างที่เราได้บอกไปแล้วว่าใน “แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม” นั้นมีเหตุการณ์สำคัญหลายเหตุการณ์ แต่ถ้าจะให้เล่าทุกเหตุการณ์ล่ะก็ บทความนี้ก็คงจะยาวเกินไป เพราะฉะนั้นเราจะพูดถึงเฉพาะเรื่องที่เราคิดว่าน่าสนใจดีกว่า เริ่มจากการที่ดัมเบิลดอร์ตาม “ฮอเรซ ซลักฮอร์น” อดีตอาจารย์สอนวิชาปรุงยาที่เกษียณไปแล้วให้กลับมาสอนที่ฮอกวอตส์อีกครั้ง เนื่องจากในสมัยที่ซลักฮอร์นเป็นอาจารย์อยู่ที่ฮอกวอตส์นั้น เขาก่อตั้ง “สโมสรซลัก” สโมสรที่รวบรวมนักเรียนที่มีพรสวรรค์ที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นความฉลาดหรือความทะเยอทะยาน นอกจากนั้นเขายังเคยเป็นอาจารย์ประจำบ้านสลิธิริน เขาจึงน่าจะ รู้จัก และ คุ้นเคย กับทอม ริดเดิ้ลในสมัยที่ยังเป็นนักเรียนเป็นอย่างดี

เรื่องที่สองคือดัมเบิลดอร์พาแฮร์รี่ย้อนกลับไปดูชีวิตของ “ลอร์ดโวลเดอมอร์” เจ้าแห่งศาสตร์มืด โดยดูผ่านความทรงจำของบุคคลต่างๆ ที่เคยเกี่ยวข้องกับทั้งทอม ริดเดิ้ลและโวลเดอมอร์มาก่อน ในความทรงจำนั้นบอกถึงตระกูลสายเลือดบริสุทธิ์ที่เก่าแก่ตระกูลหนึ่ง นั่นก็คือ “ตระกูลก๊อนท์” ทายาทรุ่น สุดท้าย ของ “ซัลลาซาร์ สลิธิริน” หนึ่งในสี่ผู้ก่อตั้งฮอกวอตส์ “มาร์โวโล ก๊อนท์” หัวหน้าครอบครัวมีลูกอยู่สองคน คือ “เมโรเพ ก๊อนท์” และ “มอร์ฟิน ก๊อนท์” เรื่องราวมันเริ่มต้นหลังจากที่มาร์โวโลและมอร์ฟิน ถูกจับ ไปคุมขังที่คุกอัซคาบันด้วยข้อหาทำร้ายเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเวทมนตร์และทำร้ายมักเกิ้ล ทำให้เมโรเพลูกสาวคนโตที่มักจะถูกพ่อทุบตีและตกอยู่ใต้อำนาจมาตลอดได้รับอิสระ เมโรเพตัดสินใจใช้ ยาเสน่ห์ เพื่อให้ “ทอม ริดเดิ้ล” มักเกิ้ลหนุ่มรูปงามหลงรักเธอ และแน่นอนว่าผลลัพธ์ของการใช้ยาเสน่ห์นี้เป็นไปตามที่เมโรเพต้องการ ทั้งสองแอบหนีไปอยู่ด้วยกันที่ลอนดอน

แต่เมื่อเมโรเพรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ เธอคิดว่าทอมน่าจะเห็นแก่ลูก เธอจึงตัดสินใจ เลิก ใช้ยาเสน่ห์กับทอม แต่เธอคงมองโลกในแง่ดีเกินไป เพราะใน ความเป็นจริง นั้นทอมรับไม่ได้กับสิ่งที่เขาพึ่งรู้ เขาหนีกลับไปอยู่บ้านที่เขาจากมาทันทีโดยไม่เหลียวแล เมโรเพต้องพบกับความผิดหวังอย่างแสนสาหัส แม้ว่าจะหัวใจสลายเพียงใดแต่เธอก็พยายามใช้ชีวิตอยู่ต่อเพื่อให้ลูกน้อยของเธอได้มีโอกาสลืมตาดูโลก และ ที่พึ่ง สุดท้ายก็คือ “บ้านเด็กกำพร้า” เธอคลอดลูกชายของเธอที่นั่นและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ก่อนเธอจะจากไป เธอได้ตั้งชื่อลูกชายของเธอว่า “ทอม มาร์โวโล ริดเดิ้ล”

ความทรงจำต่อมาเป็นความทรงจำของดัมเบิลดอร์ในสมัยที่เขายังเป็นเพียงอาจารย์สอนวิชาแปลงร่าง เขาได้เดินทางไปบ้านเด็กกำพร้าที่ “ทอม มาร์โวโล ริดเดิ้ล” วัย 11 ปีอาศัยอยู่ เพื่อพูดคุยเรื่องที่จะพาทอมไปเรียนที่ฮอกวอตส์ ในความทรงจำนี้ได้บอกเราถึงนิสัยที่น่าสนใจของทอม นั่นก็คือนิสัยการชอบ สะสม ของมี ค่า มี ความหมาย ซึ่งนิสัยการชอบสะสมของของโวลเดอมอร์นี้นี่ล่ะ ที่จะมีความสำคัญอย่างมากในความทรงจำถัดไปและจะเป็น อาวุธ มา ทำลาย ตัวของโวลเดอมอร์เองในที่สุด

ความทรงจำนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโวลเดอมอร์ในช่วงที่เขายังเป็นนักเรียนอยู่ที่ฮอกวอตส์ ความทรงจำของ “ศาสตราจารย์ฮอเรซ ซลักฮอร์น” นั่นเอง และเราคิดว่านี่น่าจะเป็น ความหวังเดียว ที่จะทำให้ฝั่งผู้ต่อต้านโวลเดอมอร์ชนะเสียด้วยสิ ในความทรงจำนั้นมีการพูดถึงอะไรบางอย่างที่มีชื่อว่า “ฮอครักซ์” แล้วฮอครักซ์มันคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร ฮอครักซ์ก็คือ วัตถุศาสตร์มืด ที่มีพลังมาก มีผลให้ผู้ที่ทำนั้นเป็น อมตะ เพราะ การทำฮอครักซ์นั้นเป็นการ แบ่ง เศษเสี้ยววิญญาณของตัวเองออก ซึ่งการจะแบ่งวิญญาณออกนั้นผู้ที่ทำฮอครักซ์จะต้องทำการ ฆาตกรรม เพราะ การฆ่าจะมีผลให้วิญญาณของผู้ที่ทำฉีกขาดออกจากวิญญาณหลัก หลังจากนั้นจึงใช้คาถาเพื่อห่อหุ้มเศษเสี้ยววิญญาณนั้นและนำไป ใส่ ไว้ในวัตถุหรือสิ่งของที่ต้องการ เช่นเดียวกับโวลเดอมอร์เขาเลือกที่จะทำให้ตัวเองปลอดภัยและเป็นอมตะด้วยการทำฮอครักซ์ เพียงแต่เขาไม่ได้แบ่งวิญญาณของตัวเองเพียงแค่ 1 ส่วน แต่แบ่งออกถึง 7 ส่วน เพราะเขามีความเชื่อว่าเลข 7 นั้นเป็นเลขที่มีพลังอำนาจมากที่สุดในโลกเวทมนตร์และการแบ่งวิญญาณออกเป็น 7 ส่วนนี้ เขาต้องทำการฆาตกรรมถึง 7 ศพ และวัตถุหรือสิ่งของที่เขาเลือกที่จะบรรจุวิญญาณของตัวเองลงไปนั้น เขาก็เลือกสรรเฉพาะวัตถุที่มีค่าคุณค่าและมีความสำคัญ

และนี่ก็คือ ภารกิจ ที่ดัมเบิลดอร์ พยายาม จะทำให้สำเร็จ “การตามหาฮอครักซ์” ชิ้นที่เหลือทั้งหมดเพื่อต่อสู้กับอำนาจมืดของโวลเดอมอร์และผู้เสพความตาย แต่โอกาสของดัมเบิลดอร์ที่จะลงมือทำในสิ่งที่ต้องการได้ จากไป พร้อมกับลมหายใจห้วงสุดท้าย โดยฝีมือของคนที่ดัมเบิลดอร์ ไว้ใจ มากที่สุด การจากไปของตัวละครในแต่ละครั้งของวรรณกรรมชุดนี้ทำให้เรา เสียใจได้ทุกครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่ที่ มากกว่า ความเสียใจคือ ความช็อค แล้วก็เกิดคำถามว่าแล้วต่อไปจะเป็นอย่างไร เมื่อพ่อมดที่มีพลังอำนาจมากที่สุดในโลกเวทมนตร์ได้จากไปแล้ว เรารับรองได้เลยว่าสถานการณ์ต่อจากนี้มันจะยิ่ง วุ่นวาย และ เลวร้าย มากขึ้นกว่านี้อีกเท่าตัวอย่างแน่นอน แต่เราก็ มั่นใจ ได้อย่างหนึ่งว่าแฮร์รี่จะต้อง พยายาม อย่างสุดกำลังเพื่อ สานต่อ ภารกิจที่ดัมเบิลดอร์ได้เริ่มเอาไว้ให้ สำเร็จ เราคงต้องมาลุ้นแล้วล่ะว่า แฮร์รี่ รอนและเฮอร์ไมโอนี่จะหาฮอครักซ์ที่เหลือได้ครบหรือไม่และภารกิจจะสำเร็จอย่างไร

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์…คลิ๊ก