แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ศิลาอารรพ์ – จุดเริ่มต้นของเด็กชายผู้รอดชีวิต

แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ศิลาอารรพ์

(Harry Potter and the Sorcerer’s Stone)

ผู้แต่ง J.K. Rowling

แปล สุมาลี

สำนักพิมพ์ นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น

พิมพ์ครั้งที่ 40/ กุมภาพันธ์ 2557

จำนวนหน้า 373 หน้า

ราคา 275 บาท

คำโปรยปกหลัง

แฮร์รี่เป็นเด็กธรรมดาๆ อาศัยอยู่อย่างเป็นทุกข์ในห้องแคบๆ ใน้บันไดของครอบครัวเดอร์สลีย์ ที่ประกอบด้วยลุงเวอร์นอน ป้าเพ็ตทูเนีย และดัดลีย์ ลูกชายผู้น่ารังเกียจ เขาไม่เคยได้ฉลองวันเกิดเลยสักครั้ง ตลอดสิบเอ็ดปี แต่แล้วนกฮูกไปรษณีย์ก็มาส่งจดหมายลึกลับฉบับแล้วฉบับเล่า เชิญให้แฮร์รี่เข้าเรียนในโรงเรียนพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์อันน่าทึ่ง ที่นั่นเขาไม่เพียงมีเพื่อน ได้ขี่ไม้กวาดเล่นเกมควิดดิช และได้พบเจอเวทมนตร์ในทุกสิ่งเท่านั้น แต่ยังมีชะตากรรมอันยิ่งใหญ่และอันตรายถึงชีวิตรอคอยเขาอยู่ด้วย… แล้วเขาจะรอดชีวิตหรือไม่

 รีวิว…แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ศิลาอารรพ์ 

เราเชื่อว่าหนังสือที่เราจะรีวิววันนี้จะต้องเป็นวรรณกรรมแปลขวัญใจคอหนังสือทั่วโลกอย่างแน่นอน ถ้าบอกชื่อไปแล้วทุกคนจะต้องรู้จัก นั่นก็คือ “Harry Potter” มีชื่อภาษาไทยโดยอ่านทับศัพท์ว่า “แฮร์รี่ พอตเตอร์” นิยายแฟนตาซีเวทมนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวผจญภัยของเหล่าพ่อมด แม่มด ซึ่งชื่อหนังสือนั้นก็มาจากชื่อของตัวเอกในหนังสือนั่นเอง แฮร์รี่ พอตเตอร์เป็นวรรณกรรมเยาวชนเรื่องยาวที่มีด้วยกันถึง 7 เล่ม มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกได้รับการแปลในหลายภาษา (ภาษาไทยคือหนึ่งในนั้น เล่มที่เรารีวิวนี้เป็นเล่มแปลภาษาไทยนะคะ) เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ที่สามารถโกยรายได้ไปอย่าถล่มทลาย แม้ว่าทั้งตัวหนังสือและภาพยนตร์จะจบครบบริบูรณ์ไปแล้ว แต่เรื่องราวของแฮร์รี่ พอตเตอร์ก็ยังคงสนุกและสร้างจินตนาการให้กับผู้อ่านได้อย่างไม่รู้จบ ถ้าใครยังไม่เคยอ่าน แนะนำว่าให้รีบหามาอ่านกันนะคะ

มาเริ่มกันที่เล่มแรกของ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” กันเลยดีกว่า ในเล่มนี้จะมีการบอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นพ่อมดของ “เด็กชายผู้รอดชีวิต” เด็กชายผู้ที่มีชื่อเดียวกับชื่อหนังสือ แฮร์รี่อาศัยอยู่กับครอบครัวเดอร์สลีย์ (ณ ห้องใต้บันได) ครอบครัวสุดท้ายของเขาที่ยังเหลืออยู่ แฮร์รี่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองเป็นพ่อมดมาก่อน แม้ว่าเวลาที่เขาโกรธหรือโมโหจะมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นบ่อยๆ (ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ตัวแฮร์รี่เองก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร) จนกระทั่งก่อนถึงวันเกิดปีที่สิบเอ็ดของเขาไม่กี่วัน แฮร์รี่ก็ได้รับจดหมายที่จ่าหน้าซองถึงเขาฉบับหนึ่ง แต่ลุงกับป้าของเขาไม่ยอมให้แฮร์รี่ได้อ่าน เพียงแค่ได้เปิดอ่านไปนิดเดียวทั้งสองคนก็รู้ว่าจดหมายที่แฮร์รี่ได้รับนั้น เป็นของใคร ส่งมาจากที่ไหนและต้องการสิ่งใด เหมือนเหตุการณ์ในอดีตของป้าเพ็ตทูเนียได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง “ลิลี่” น้องสาวของเพ็ตทูเนีย หรือแม่ของแฮร์รี่ก็ได้รับจดหมายแบบนี้เช่นเดียวกัน ทั้งลุงและป้าไม่ต้องการให้แฮร์รี่ไปเป็นพ่อมด ไม่ใช่ว่าเป็นห่วงอะไรหรอกนะ แต่ทั้งสองคนคิดว่ามันเป็นเรื่องตลก กลหลอกเด็กและไร้สาระอะไรเทือกนั้นมากกว่า แต่ในที่สุดแฮร์รี่ก็ได้อ่านจดหมาย ข้อความในจดหมายระบุว่าส่งมาจาก “โรงเรียนพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์” ทางโรงเรียนนั้นยินดีที่แฮร์รี่จะตอบรับเข้าเรียน ชีวิตของนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งของแฮร์รี่จึงเริ่มต้นขึ้น

หลังจากที่เราอ่าน “แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ศิลาอาถรรพ์” จบแล้ว ความสงสัยเรื่องหมวกคัดสรรที่ทำการคัดสรรนักเรียนปีหนึ่งของฮอกวอตส์ทุกคนเพื่อคัดแยกเข้าบ้านแต่ละหลังก็เป็นอันว่าได้รับคำตอบให้กับคำถามของตัวเองแล้ว ว่าทำไมแฮร์รี่ถึงได้อยู่ “บ้านกริฟฟินดอร์” เพราะบ้านกริฟฟินดอร์เป็นบ้านสำหรับนักเรียนที่มี “ความกล้าหาญ” ซึ่งแน่นอนว่าตัวของแฮร์รี่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ตั้งแต่ต้นเล่ม การที่เด็กอายุแค่สิบเอ็ดปี จริงๆ ถ้าจะเปรียบเทียบกับบ้านเราก็น่าจะประมาณเด็ก ป.5 หรือ ป.6 เท่านั้นเอง ซึ่งแฮร์รี่ต้องเจอกับเรื่องราวมากมาย ตั้งแต่ตอนที่ได้รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเป็นใคร มีที่มาที่ไปอย่างไรถึงต้องมาอยู่บ้านของลุงกับป้า เขาก็สามารถที่จะปรับตัวและรับความจริงได้อย่างรวดเร็ว นอกจากจะต้องปรับตัวหลายอย่างแล้ว แฮร์รี่ยังต้องรับมือกับชื่อเสียงอันโด่งดังของตัวเอง เพราะเขาเป็นเด็กชายผู้รอดชีวิตจากการสังหารของ “โวลเดอมอร์” นี่ยังไม่นับรวมวีรกรรมความกล้าหาญของทั้งแฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโอนี่ในการปกป้อง “ศิลาอาถรรพ์” จาก “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร” หรือ “โวลเดอมอร์” นะ

และถ้าจะไม่พูดถึงตัวละครหลักอีกสองตัวอย่าง “โรนัลด์ วีสลีย์” และ “เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์” คงจะไม่ได้อย่างอย่างแน่นอน เรามักจะเรียกตัวละครสองตัวนี้กันติดปากว่า “รอน” และ “เฮอร์ไมโอนี่” ทั้งสองคนคือเพื่อนกลุ่มแรกและเพื่อนที่สนิทที่สุดในชีวิตของแฮร์รี่ พอตเตอร์ เรามาแนะนำทั้งสองคนกันคร่าวๆ ดีกว่า คนแรก “โรนัลด์ วีสลีย์” หรือรอนลูกชายคนที่ห้าของตระกูลวีสลีย์ ไม่รู้ว่าเพราะทุกคนในตระกูลได้อยู่บ้านกริฟฟินดอร์กันมาก่อนหรือเปล่าที่ทำให้หมวกตัดสรรคัดเลือกรอนเข้าบ้านกริฟฟินดอร์เช่นเดียวกัน แต่เราเชื่อว่านี่ไม่ใช่เพียงเหตุผลเดียวอย่างแน่นอน หนึ่งในเหตุผลที่เราคิดออกตอนนี้ก็คือรอนมีความต้องการที่อยากจะพิสูจน์ว่าตัวเองก็มีความสามารถเหมือนกับพี่ชายทั้งห้าคนของตน เราคิดว่าความต้องการนี้ของรอนก็ต้องใช้ความกล้าหาญเหมือนกันนะ ซึ่งเราคงจะได้เห็นความกล้าของ “รอน วีสลีย์” ที่มากขึ้นในเล่มถัดๆ ไป

มาต่อกันที่เด็กสาวที่ฉลาดที่สุดของนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งในโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ “เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์” ที่แม้จะเกิดในครอบครัว “มักเกิ้ล” หรือคนที่ “ไม่มีเวทมนต์” แต่ความฉลาดและความสามารถของเฮอร์ไมโอนี่นั้นก็ไม่ธรรมดาจริงๆ เราไม่สามารถมองข้ามตัวละครตัวนี้ไปได้เลย นอกจากความฉลาดที่เราได้เห็นกันอย่างชัดเจน (เพียงแค่เล่มแรกเท่านั้น) ตัวเฮอร์ไมโอนี่เองก็มีความรักเพื่อนและห่วงใยที่ก็ไม่น้อยไปกว่าความฉลาดเลย ยอมทำผิดกฎโรงเรียนบางข้อเพื่อความห่วงใยเพื่อน ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาไม่เคยเห็นด้วยและมักจะคัดค้านทุกครั้งหากมีใครคิดจะทำผิด แค่เหตุผลไม่กี่ข้อเราก็บอกได้เลยว่าเฮอร์ไมโอนี่นั้น “เหมาะสม” กับบ้านกริฟฟินดอร์มากแค่ไหน ยังมีตัวละครอีกหนึ่งตัวที่เราต้องพูดถึงแฮะ นั่นก็คือ “เนวิล ลองบอตท่อม” ผู้ที่ทำสิบคะแนนสุดท้ายเพื่อบ้านกริฟฟินดอร์ เราอาจเห็นว่าสิ่งที่เนวิลทำนั้นมันเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย แต่เราก็คิดว่าสำหรับตัวเนวิลเองที่แม้ว่าเขาจะมีความขี้หลงขี้ลืม และที่สำคัญคือความขี้กลัว แต่เขาก็ใช้ความกล้าหาญเอาชนะความกลัวที่มีเพื่อที่จะห้ามเพื่อนๆ ไม่ให้กระทำความผิดซ้ำอีก เป็นสิ่งที่เราประทับใจในตัวเนวิลมากๆ

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเล่มแรกนี้เราคิดว่านี่เป็นเพียงแค่การปูเรื่องให้เราได้เห็นความคิด ความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว และมิตรภาพความเป็นเพื่อนของทุกตัวละคร ที่บางตัวอาจจะเป็นศัตรู (มีคนรักก็ย่อมมีคนเกลียดล่ะเนอะ) หรือไม่ว่าจะมีสถานะใดบทใดก็ตามในเรื่องนี้ แต่ทุกตัวละคนล้วนมีความสำคัญที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย หากขาดใครไปสักคนสีสันและความกลมกล่อมของ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ก็อาจจะขาดหายตามไปด้วย ซึ่งนี่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่เราต้องไปติดตามอ่านกันต่อไปว่า “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร” จะใช้วิธีการใดเพื่อที่จะกลับมามีชีวิตและกลับมามีอำนาจอีกครั้ง ที่สำคัญคือต้องตามลุ้นว่าแฮร์รี่จะสามารถเอาชนะเขาได้อีกครั้งหรือเปล่า เป็นประสบการณ์ในการอ่านที่ดีมากๆ หากใครยังไม่เคยอ่านหนังสือนิยายชุดนี้ ขอบอกเลยว่าพลาดมากๆ (นี่ไม่ได้ค่าโฆษณาอะไรเลยนะเนี่ย) อย่าลืมหาซื้อมาอ่านกันนะคะ

คงไม่ผิดหากเราจะบอกว่า “แฮร์รี่ พอตเตอร์ คือปรากฎการณ์” ที่ไม่ว่าใครก็ต้องพูดถึง

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์…คลิ๊ก