แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ภาคีนกฟีนิกซ์ – การเติบโตที่ต้องเจ็บปวดและแข็งแกร่ง

แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ภาคีนกฟีนิกซ์

(Harry Potter and the Order of the Phoenix)

ผู้แต่ง J.K. Rowling

แปล สุมาลี

สำนักพิมพ์ นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น

พิมพ์ครั้งที่ 8/ กุมภาพันธ์ 2557

จำนวนหน้า 1047 หน้า

ราคา 695 บาท

คำโปรยปกหลัง

ประตูบานหนึ่งที่ปลายทางเดินหลอนแฮร์รี่ พอตเตอร์ในฝัน ทำไมเขาต้องตื่นกลางดึกมากรีดร้องอย่างเสียขวัญด้วยล่ะ ไม่ใช่แค่การสอบ ว.พ.ร.ส. แต่ยังมีอาจารย์คนใหม่ ผู้มีบุคลิกหวานปานน้ำผึ้งแต่แฝงพิษร้ายแรง เอลฟ์ประจำบ้านที่มีแต่ความเกลียดชัง หรือแม้แต่การคุกคามของ “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร” ซึ่งมากขึ้นเรื่อยๆ คราวนี้แฮร์รี่ พอตเตอร์ต้องเผชิญหน้ากับความไม่น่าเชื่อถือของกระทรวงเวทมนตร์และความไร้สมรรถภาพของบุคลากรในฮอกวอตส์ แต่เหนือสิ่งเหล่านั้น เขาได้พบความภักดีอย่างไร้ขีดจำกัดและการอุทิศตัวอย่างหมดใจจากเพื่อนๆ ของเขา

 รีวิว…แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ภาคีนกฟีนิกซ์ 

วันนี้เราจะมาคุยกันต่อเลยกับ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” เล่ม 5 เป็นเล่มที่เรารู้สึก จุใจ มากเพราะว่ามีจำนวนหน้าตั้งพันกว่าหน้า แล้วที่สำคัญที่สุดเลยก็คือเนื้อหาในเล่มที่มัน เข้มข้น จนวางไม่ลง อยากรู้ใจจะขาดว่าเหตุการณ์ในหน้าถัดไปจะเป็นอย่างไร ตั้งแต่เรื่องการวางแผน กลับคืน สู่อำนาจของ “คนที่เราไม่ควรเอ่ยนาม” ที่มันลึกลับซับซ้อนจนเรารอการเฉลยแทบไม่ไหว แล้วยังต้องมาลุ้นอีกว่า “ภาคีนกฟีนิกซ์” ที่จัดตั้งขึ้นโดย “ดัมเบิลดอร์” จะสามารถ ต่อต้าน แผนการของเจ้าแห่งศาสตร์มืดได้หรือไม่ นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ใน “แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ภาคีนกฟีนิกซ์” ที่เรายกตัวอย่างมาเท่านั้นนะ ถ้าใครอยากจะรู้ว่าฝ่ายใดทำสำเร็จแล้วล่ะก็ มาผจญภัยในโลกแห่งเวทมนตร์ไปพร้อมกับแฮร์รี่ พอตเตอร์กันเลยดีกว่า

ปิดเทอมฤดูร้อนปีนี้ของ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ที่บ้านเลขที่ 4 ซอยพรีเว็ตนั้น คงไม่มีคำไหนบรรยายความรู้สึกของแฮร์รี่ได้ดีกว่าการใช้คำว่า เลวร้าย แล้วล่ะ เขาต้องนอนฝันร้ายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการประลองเวทย์ไตรภาคีทุกคืน ฝันเห็นแต่ภาพ “โวลเดอมอร์” สังหาร “เซดริก ดิกกอรี่” เหมือนกับม้วนภาพที่ฉายวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า นอกจากนั้นเขายังไม่สามารถรับรู้ข่าวสารจากโลกเวทมนตร์ได้เลย เขาทำได้เพียงแค่ แอบฟัง ข่าวจากโทรทัศน์ของลุงกับป้าเท่านั้น และเขาก็พบว่ามันเป็นการกระทำที่ค่อนข้างจะไร้ประโยชน์ในเมื่อตอนนี้มันไม่มีข่าวอะไรที่เกี่ยวข้องกับลอร์ดโวลเดอมอร์เลยแม้แต่นิดเดียว อีกทั้งจดหมายของ “รอน วีสลีย์” และ “เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์” เพื่อนสนิททั้งสองคนของเขา ก็ไม่ทำให้แฮร์รี่รู้สึกดีขึ้น กลับทำให้เขารู้สึกโมโหมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

ค่ำวันหนึ่ง หลังจากที่แฮร์รี่ทะเลาะกับลุงและป้าอย่างหนักเนื่องจากใครบางคนใช้เวทมนตร์ที่แฮร์รี่แน่ใจว่าเป็น การหายตัว เขาต้องเจอกับการโจมตีของ ผู้คุมวิญญาณ อีกสองตน แฮร์รี่ไม่มีทางเลือกเขาจำเป็นต้องเสก คาถาผู้พิทักษ์ เพื่อช่วยทั้งตัวเองและดัดลีย์ เขาจึงได้รับจดหมายจากกระทรวงเวทมนตร์เพราะเขาใช้เวทมนตร์ระหว่างที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและเปิดเผยตัวเองต่อหน้ามักเกิ้ล แฮร์รี่จึงจำเป็นต้องไปขึ้นศาลเพื่อเข้ารับการพิจารณาคดีในเรื่องที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิด ทั้ง “แมดอาย มู้ดดี้” “อาเธอร์ วีสลีย์” และคนอื่นๆ จึงมารับเขาจากบ้านซอยพรีเว็ตเพื่อเดินทางไปยัง “บ้านเลขที่ 12 กริมโมลด์เพลซ” บ้านของตระกูลแบล็ก หรือ กองบัญชาการใหญ่ของภาคีนกฟีนิกซ์ ที่อยู่ในกรุงลอนดอนตลอดเวลาที่เหลืออยู่จนกระทั่งเปิดเทอมเพื่อความปลอดภัย แฮร์รี่มีความสุขมากกับการอยู่ที่นี่อยู่ท่ามกลางคนที่เขารัก โดยเฉพาะพ่อทูนหัวของเขา “ซิเรียส แบล็ก” แม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมอะไรกับภาคีนกฟีนิกซ์มากมายนัก เนื่องจากยังเด็กอยู่ (ตามความเห็นของนางวีสลีย์) แต่สิ่งที่ทำให้แฮร์รี่มีความสุขที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องที่เขาได้ไปฟังการพิจารณาคดีและพ้นพิษทุกข้อกล่าวหา

การกลับไป “โรงเรียนพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์” ครั้งนี้ของแฮร์รี่ เขาต้อง ต่อสู้ กับเรื่อง โกหก ที่กระทรวงเวทมนตร์ ตั้งใจ ลงข่าวในหนังสือพิมพ์เดลี่พรอเฟ็ตเพื่อ ป้ายสี ให้เขากลายเป็นเด็กโกหกและดัมเบิลดอร์กลายเป็นคนแก่เสียสติ ที่คิดว่าโวลเดอมอร์กลับมาแล้ว แค่นั้นยังไม่พอกระทรวงฯยังส่ง “โดโรเลส อัมบริดจ์” อาจารย์สอนวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่ ที่ไม่เพียงแต่เข้มงวดอย่างอยุติธรรมแล้วยังไม่ยอมให้นักเรียนคนใดก็ตามที่เข้าเรียนวิชาของตัวเองได้จับไม้กายสิทธิ์เลยสักคนเดียว เรื่องนี้ทำให้เฮอร์ไมโอนี่ทนไม่ไหวจึงได้ก่อตั้ง “กองทัพดัมเบิลดอร์” ชมรมการต่อสู้ด้วยการใช้เวทมนตร์แบบลับๆ ขึ้นโดยให้แฮร์รี่เป็นอาจารย์สอน สมาชิกที่มาเข้าร่วมส่วนมากเป็นคนที่เชื่อเรื่องที่แฮร์รี่บอก นั่นก็คือการกลับมาของ คนที่คุณก็รู้ว่าใคร นั่นเอง การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายที่กำลังดำเนินอยู่นี้จะส่งผลเช่นไร…

ในบางครั้งความสำเร็จก็ ไม่ อาจประสบผลได้โดยคนเพียงคนเดียว ซึ่งหนังสือเล่มนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าไม่ว่าจะเรื่องใดๆ ก็ตามถ้าเกิดจาก ความสามัคคี การร่วมมือร่วมใจ จากคนหลายๆ คนแล้วล่ะก็จะต้องประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นอน ดูอย่างการก่อตั้ง “กองทัพดัมเบิลดอร์” สิ เราคิดว่าทั้งแฮร์รี่ รอนและเฮอร์ไมโอนี่ต่างก็รู้ดีล่ะว่ามันความเสี่ยงมากแค่ไหน เพราะ มันเป็นเหมือนการ กบฏ ต่อกฎของโรงเรียน (ที่ตั้งขึ้นใหม่ตามความเห็นชอบของอัมบริดจ์) เลยนะ แต่ความเสี่ยงครั้งนี้มันมีความหมายและมีประโยชน์มาก โดยข้อดีที่เราคิดได้ก็คือ

  • ข้อแรก แน่นอนว่ามันมีประโยชน์ มากกว่า การเรียนแค่ในห้องเรียน ยิ่งถ้าทำได้เพียงแค่อ่านตามหนังสือโดยไม่ได้ลองปฏิบัติจริงแล้วล่ะก็ การได้ลองฝึกซ้อมเสกคาถามันย่อมดีกว่าการอยู่เฉยๆ ล่ะ
  • ข้อที่สอง ผลการทดสอบในการสอบ ว.พ.ร.ส. ภาคปฏิบัติของวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดที่จะมาถึงของสมาชิกกองทัพดัมเบิลดอร์แต่ละคน จะต้องออกมา ไม่ ต่ำกว่าดีเยี่ยมแน่นอนหากเสกคาถาได้ครบถ้วนสมบูรณ์
  • ข้อที่สาม หากบังเอิญต้องไป ต่อสู้ กับศัตรูหรือผู้เสพความตายที่สามารถโจมตีเราทันทีด้วยคำสาปที่อันตรายถึงชีวิตแล้วล่ะก็ นอกจากการหาที่หลบก็คงจะเป็นการเสกคาถาต่อต้านคำสาปนี่ล่ะที่จะช่วยชีวิตเราไว้ได้ในยามคับขัน
  • ข้อที่สี่ การที่ทุกคนช่วยกันเก็บความลับเรื่องกองทัพดัมเบิลดอร์ การที่สมาชิกร่วมกันต่อสู้กับผู้เสพความตายพร้อมแฮร์รี่ การที่ทุกคนให้กำลังใจกันและกัน ทำให้เราตระหนักว่ามากกว่าผลการเรียนหรือการเสกคาถาใดๆ ก็คือ มิตรแท้
    การก่อตั้งกองทัพดัมเบิลดอร์ในครั้งนี้เป็นเพียงการรวมกลุ่มของเด็กๆ ซึ่งจัดว่าเป็นเพียงสเกลเล็กๆ ภายในวรรณกรรมชุดนี้เท่านั้น เพราะ สเกลที่ใหญ่จริงๆ ก็คือ ภาคีนกฟีนิกซ์ การรวมกลุ่มของผู้ใหญ่ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว เพื่อต่อสู้กับ ผู้เสพความตาย และ คนที่คุณก็รู้ว่าใคร โดยมีอัลบัส ดัมเบิลดอร์เป็นผู้นำ ซึ่งเราน่าจะได้เห็นการต่อสู้ที่มากกว่านี้ สนุกกว่านี้และลุ้นกว่านี้ในเล่มถัดๆ ไป

ใกล้จะถึงบทสรุปของ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” เข้าไปทุกทีๆ ซะแล้วสิ ในเล่มที่ 5 นี้มีแต่เรื่องราวที่ทำให้เราตื่นเต้น อ่านไปลุ้นไป นั่งไม่ติดที่ได้ตลอดตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย อย่างการ ฝ่าฟัน เพื่อให้ผ่านพ้นเรื่องราวต่างๆ ของ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ใน “แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ภาคีนกฟีนิกซ์” นี้ เรารู้สึกว่ามันเป็นความ คุ้มค่า อย่างยิ่งที่ได้อ่าน เพราะนี่เป็นเรื่องราวการผจญภัยและการต่อสู้ในโลกเวทมนตร์ของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่มีอายุเพียงแค่ 15 ปีเท่านั้น!

เมื่อใดก็ตามที่ การต่อสู้ ได้เริ่มต้นขึ้น สิ่งที่จะตามมาอย่างแน่นอนและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็คือ ความสูญเสีย

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์…คลิ๊ก