แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ถ้วยอัคนี – บทพิสูจน์ความกล้าหาญของแฮร์รี่ พอตเตอร์

แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ถ้วยอัคนี

(Harry Potter and the Goblet of Fire)

ผู้แต่ง J.K. Rowling

แปล งามพรรณ เวชชาชีวะ

สำนักพิมพ์ นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น

พิมพ์ครั้งที่ 27/ กุมภาพันธ์ 2557

จำนวนหน้า 829 หน้า

ราคา 595 บาท

คำโปรยปกหลัง

แฮร์รี่ พอตเตอร์อยากจะหนีครอบครัวเดอร์สลีย์ไปดูควิดดิชเวิลด์คัพ กับเฮอร์ไมโอนี่ รอน และครอบครัววีสลีย์ เขาอยากจะฝันถึงโช แชง (และบางทีก็อยากจะทำมากกว่าแค่ฝัน) เขาอยากจะรู้เหตุการณ์ลึกลับเบื้องหลังความบาดหมางระหว่างสองโรงเรียน และการประลองเวทที่ไม่ได้จัดมานานหลายร้อยปี เขาอยากจะเป็นเพียงพ่อมดอายุสิบสี่ปีธรรมดาๆ แต่โชคไม่ดีที่เขาแตกต่าง — แม้จะตัดสินด้วยมาตรฐานของพ่อมดก็ตาม และในกรณีนี้ ความแตกต่างอาจหมายถึงชีวิต

 รีวิว…แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ถ้วยอัคนี 

สารภาพกัน ณ ตรงนี้เลยว่า “แฮร์รี่ พอตเตอร์” เล่มที่ 4 นี้ใช้เวลาในการอ่านนานกว่าเล่มก่อนหน้าที่ผ่านมามากๆ เพราะว่าหนังสือเล่มนี้มีจำนวนหน้ากระดาษถึงแปดร้อยกว่าหน้าแถมน้ำหนักก็ยังพอสมควร ใจจริงอยากจะเอาไปอ่านด้วยทุกที่เลยนะแต่ก็เกินความสามารถที่จะหยิบติดไปด้วยทุกที ในเล่มนี้มีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์เลยที่ทำให้เรารู้สึกตื่นตาตื่นใจ (อีกเช่นเคย) หลายเรื่อง ทั้ง ควิชดิชเวิลด์คัพ การประลองเวทไตรภาคี และที่สำคัญที่สุด การกลับมา ของ “โวลเดอมอร์” พ่อมดศาสตร์มืดที่ไม่ว่าใครก็ตาม แม้แต่คนที่เคยเป็นพวกเดียวกับเขาก็ ไม่กล้า แม้แต่จะเอ่ยชื่อ!

ปิดเทอมฤดูร้อนของ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” รอบนี้ดูเหมือนว่าจะดีกว่าปิดเทอมที่ผ่านๆ มามาก แฮร์รี่จึงได้ทำการบ้านที่เหล่าอาจารย์ที่ “โรงเรียนพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์” ต่างให้ไว้ก่อนที่จะปิดเทอม ทั้งยังสามารถส่งจดหมายไปให้เพื่อนพ่อมดแม่มดของเขาได้ด้วยการใช้ “เฮดวิก” (นกฮูกหิมะสีขาว) หลังจากที่เขาบอกลุงเวอร์นอนกับป้าเพ็ตทูเนียว่าพ่อทูนหัวของเขาคือ ฆาตกรโรคจิต ที่กำลังหลบหนี ทั้งลุงเวอร์นอนและป้าเพ็ตทูเนียจะพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกับแฮร์รี่เลย ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีเลยทีเดียว

เหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในฝันของ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ทำให้เขารู้สึกเจ็บและแสบร้อนที่แผลเป็นบนหน้าผากมาก แฮร์รี่ไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร เขาคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ ความฝัน เท่านั้น แต่ทำไมใจเขาถึงรู้สึกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันคือ เรื่องจริง เหมือนเขาได้ร่วมเป็นส่วนประกอบหนึ่งของเหตุการณ์นั้น ในฝันแฮร์รี่เห็นชายชราคนหนึ่งแอบฟังบทสนทนาระหว่าง “โวลเดอมอร์” กับ “หางหนอน” แต่ก่อนที่แฮร์รี่จะได้รู้ว่าแผนการของโวลเดอมอร์กับหางหนอนเป็นอย่างไร ชายชราผู้นั้นก็โดนสังหารและเขาก็สะดุ้งตื่นจากฝันทันทีที่แสงสีเขียวสว่างบาดตา พร้อมกับคำสาปพิฆาต อะวาดา เคดาฟรา แฮร์รี่เฝ้าแค่คิดวนเวียนถึงเรื่องนี้จนไม่เป็นอันทำอะไร เขาจึงเขียนจดหมายไปหา “ซิเรียส แบล็ก” พ่อทูนหัวของเขาเพื่อปรึกษาถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะทำอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยแฮร์รี่ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก

ลุงเวอร์นอนได้รับจดหมายจาก “นางวีสลีย์” แม่ของเพื่อนที่แฮร์รี่สนิทมากที่สุดและดีที่สุดคนหนึ่ง “รอน วีสลีย์” ในจดหมายระบุว่าจะขออนุญาตพาแฮร์รี่ไปร่วมงาน “ควิชดิชเวิลด์คัพ” แฮร์รี่ลุ้นมากว่าลุงจะไม่ให้เขาได้ไป เพราะถ้าให้เขาไปก็เท่ากับจะทำให้เขามีความสุขซึ่งเป็นสิ่งที่ลุงเกลียดมากที่สุด แต่สุดท้ายลุงก็ยอมให้เขาไปได้ (แม้ว่าเขาจะต้องเอาเรื่องของซิเรียสมา ขู่ ก็ตาม) การคิดถึงควิชดิชเวิลด์คัพทำให้แฮร์รี่ลืมความฝันคืนนั้นไปได้อย่างสนิท เพราะกีฬานี้เป็นกีฬาที่เขาชื่นชอบมากที่สุด และบ้านโพรงกระต่ายก็เป็นอีกสิ่งที่ทำให้แฮร์รี่รู้สึกอบอุ่นและมีความสุขอย่างที่เขาต้องการ ถ้าหากไม่เกิดเหตุการณ์ที่ ผู้เสพความตาย (เหล่าลูกน้องของโวลเดอมอร์) กระทำกับมักเกิ้ลและใครบางคนเสกสัญลักษณ์ “ตรามาร” สัญลักษณ์ของ “ลอร์ดโวลเดอมอร์” หรือ “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร” ขึ้นฟ้าแล้วล่ะก็ “ควิชดิชเวิลด์คัพ” ก็คงจะเป็นความทรงจำที่งดงามที่สุดของแฮร์รี่

เหตุการณ์ประหลาดที่ต้องมีแฮร์รี่มาเกี่ยวข้องยังไม่จบลงแค่นั้น ถ้าจะพูดให้ถูกมันพึ่ง เริ่มต้น ต่างหาก และหนึ่งในเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในชีวิตของแฮร์รี่ นั่นก็คือ “การประลองเวทไตรภาคี” การประลองความสามารถในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเวทมนตร์ ความเฉลียวฉลาด และความกล้าหาญของตัวแทนในแต่ละโรงเรียน โดยการประลองนี้ไม่ได้ถูกจัดขึ้นมาร่วมร้อยปีแล้ว เนื่องจากมี การเสียชีวิต ของผู้เข้าแข่งขันเป็นจำนวนมาก แต่เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือของเหล่าพ่อมดแม่มดจากนานาชาติ การแข่งขันนี้จึงได้ถูกจัดขึ้นอีกครั้ง และในปีนี้ “โรงเรียนพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์” ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน มีโรงเรียนที่เข้าร่วมแข่งขันอีก 2 แห่ง คือ “สถาบันเวทมนตร์เดิร์มแสตรงก์” และ “วิทยาลัยโบซ์บาตง” แต่ละโรงเรียนจะมีตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น และตัวแทนแต่ละคนจะมีเพียงไม้กายสิทธิ์เป็นอาวุธเท่านั้น จะด้วยแผนการของใครก็สุดจะรู้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ได้รับเลือกจากถ้วยอัคนีให้เป็นตัวแทนคนที่ 4 !

สิ่งที่เราสามารถเห็นได้ชัดเจนจากตัวละครหลักอย่าง “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ใน “แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ถ้วยอัคนี” ที่นอกจากความมีชื่อเสียงแล้ว ก็คือ ความกล้าหาญ เป็นความกล้าหาญที่แตกต่างจากที่ผ่านมา ในเล่มแรกๆ เราคิดว่าตัวแฮร์รี่แค่ต้องการพิสูจน์ตัวเองเท่านั้น แต่ตอนนี้ความกล้าหาญของแฮร์รี่มันเป็นเหมือนสัญชาตญาณเอาตัวรอดขั้นพื้นฐานของมนุษย์อะไรแบบนั้นเลย แล้วพอมาเล่มนี้ผู้แต่งก็ยิ่งทำให้เราได้เห็นถึงความกล้าหาญที่มากกว่าที่ผ่านมา แถมเรายังได้เห็นความตั้งใจ และ ความเสียสละ ของแฮร์รี่อีกด้วย ถ้าจะยกตัวอย่างง่ายๆ ก็น่าจะเป็นการทำภารกิจทั้งสามภารกิจของแฮร์รี่นี่ล่ะ ภารกิจแรกที่เขาต้องทำคือ การสู้กับ มังกร! คือมันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่เราจะเจอได้ทุกวันนะ แถมยังพ่นไฟได้อีกด้วย แล้วเด็กอายุแค่สิบสี่ เรียนมาแค่คาถาพื้นฐานทั่วไป จะเอาอะไรไปสู้ตัวแทนคนอื่นเขาได้ล่ะ นี่ถ้าไม่ได้พลังใจที่กล้าหาญเข้มแข็ง บวกกับความสามารถด้านควิชดิชก็มีอันจบเหมือนกันนะ

พอมาถึงภารกิจที่สอง ที่ต้องดำน้ำในทะเลสาบเพื่อหาของรักที่โดนขโมยมาเป็นเวลา หนึ่งชัวโมง! โดยห้ามขึ้นจากน้ำอีก (ถ้าขึ้นจากน้ำภารกิจของตัวแทนคนนั้นจะจบทันที) ปกติมนุษย์เราสามารถอยู่ในน้ำได้มากสุดก็แค่ไม่กี่นาที ถ้ามีถังออกซิเจนก็ว่าไปอย่าง แต่โลกเวทมนตร์จะมามีถังออกซิเจนได้ยังไงล่ะ จะเรียกว่า โชคเข้าข้าง ได้หรือเปล่านะ ที่ด๊อบบี้ (เอลฟ์ประจำบ้าน) เอา หญ้าเหงือกปลา มาให้ แฮร์รี่จึงสามารถอยู่ในน้ำได้นานและถ้าไม่ใช่เพราะเขาเป็น คนดี และ เสียสละ รออยู่เป็นคนสุดท้ายเพื่อดูว่าตัวแทนที่เข้าแข่งขันจะมาช่วยตัวประกันไปได้หรือไม่ แฮร์รี่ก็น่าจะได้ที่หนึ่งไปแล้ว ส่วนภารกิจที่สาม คือ เขาวงกต ตัวแทนทั้งสี่จะต้องเข้าไปในเขาวงกตเพื่อหา ถ้วยไตรภาคี โดยในเขาวงกตจะมีด่านต่างๆ ให้ตัวแทนฝ่าไป แฮร์รี่ใช้คาถาที่เขาฝึกฝนด้วยความตั้งใจช่วยให้เขาผ่านด่านต่างๆไปได้ แม้ว่าจะค่อนข้างทุลักทุเลเอาการอยู่ แต่แฮร์รี่ก็สามารถไปถึงถ้วยไตรภาคีได้ในที่สุด แต่อย่าคิดว่ามันจะจบแค่นั้นนะ เพราะต่อจากนี้ต่างหากคือ ไคลแม็กซ์ของ “แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ถ้วยอัคนี้” ตอนที่ “เขากลับมา” ซึ่งเขาที่เราหมายถึงนี่เดาได้ไม่ยากเลย…

นอกจากเรื่องของแฮร์รี่ พอตเตอร์กับภารกิจในการแข่งขันของเขาแล้วเนี่ย หลายคนน่าจะรู้สึกตงิดๆ ในความสัมพันธ์ของ “รอน วีสลีย์” กับ “เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์” เพื่อนสนิททั้งสองคนของแฮร์รี่เหมือนเราแน่ๆ เลย มีหลายตอนที่ชวนให้เราสงสัยในความคิดและความรู้สึกของทั้งสองคน จนต้องอุทานออกมาว่า เอ๊ะ! มันจะต้องมีอะไรในกอไผ่แน่แล้ว ถึงมันจะยังไม่ได้ชัดเจนอะไรก็เถอะ แต่เท่าที่ได้อ่านไปมันก็น่าจะตีความออกมาได้ประมาณนั้นแหละ สังเกตได้จากตอนที่รอนจะมีอาการโมโหทุกครั้งเวลาที่วิกเตอร์ ครัม เข้ามาคุยกับเฮอร์ไมโอนี่ คงต้องรอลุ้นว่าในเล่มถัดไปว่าความรู้สึกของทั้งสองคนจะชัดเจนขึ้นหรือเปล่า อ่อที่สำคัญแบบขาดไม่ได้เลยของ วรรณกรรม “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ซึ่งดูเหมือนว่าจะกลายเป็น อาถรรพ์ ของ “โรงเรียนพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์” ไปแล้ว คือการเปลี่ยนอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดที่จะต้องมีเหตุการณ์บางอย่างทำให้ต้องเปลี่ยนกันทุกปี!

ผู้เขียนไม่ทำให้แฟนคลับหนังสือชุดนี้อย่างเราต้องผิดหวัง ตั้งแต่เล่มแรก “แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ศิลาอาภรรพ์” มาจนถึงเล่มนี้ “แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ถ้วยอัคนี” ความสนุกและความตื่นเต้นไม่ลดลงเลย มีแต่สนุกมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ สนุกจนวางไม่ลง รู้สึกเลยว่าตัวเองพลิกอ่านหน้าต่อไปไวมาก พออ่านหน้าใดหน้าหนึ่งไปได้สักพักก็จะเปิดย้อนกลับมาอ่านหน้านั้นๆ อีก กลับมาพิจารณาข้อความในหน้านั้นอีกรอบ (สงสัยว่ากลัวจะอ่านจบเร็วเกินไป) พออ่านมาถึงเล่มนี้เรารู้เลยว่า “แฮร์รี่ พอตเตอร์” เป็น มากกว่า หนังสือ เพราะ ทุกตัวละครในหนังสือเล่มนี้เขาเป็นเหมือน เพื่อน ของเราจริงๆ

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์…คลิ๊ก