เจรจาต่อ-ตาย ตอน โลภะ (ความต้องการที่แตกต่าง)

เจรจาต่อ-ตาย ตอน โลภะ

(หนังสือลำดับที่ 3 ในนิยายชุดเจรจาต่อ-ตาย)

ผู้แต่ง Tiara

สำนักพิมพ์ แจ่มใส

พิมพ์ครั้งที่ 1 / สิงหาคม 2559

จำนวนหน้า 180 หน้า

ราคา 159 บาท

คำโปรยหลังปก

หน่วยเจรจาต่อรองในกรณีเกิดเหตุอาชญากรรม หรือ NIC มีหน้าที่เจรจาต่อรองกับคนร้ายยามเกิดเหตุความไม่สงบต่างๆ ทั้งจับตัวประกัน ชุมนุม หรือยับยั้งเหตุฆ่าตัวตาย และ ‘หัสยุทธ’ คือหัวหน้าหน่วยนั้น

เสียงโทรศัพท์เพียงหนึ่งสายที่ดังขึ้นระหว่างที่หน่วย NIC กำลังปริ่มเปรมกับอาหารมื้อค่ำเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง…

‘หัสยุทธ’ ต้องออกปฏิบัติงานอีกครั้งในฐานะหัวหน้าหน่วย NIC เพื่อเจรจาต่อรองกับตัวแทนของกลุ่มคนงานจากโรงงานผลิตผลไม้กระป๋อง ที่ออกมาเรียกร้องค่าแรงและสิทธิที่พวกเขาควรจะได้ ทุกอย่างน่าจะจบลงด้วยดี เว้นแต่ว่า ‘ผจญ’ หัวหน้าคนงานเหล่านั้นเป็นผู้ลงมือจุดไฟเผาโรงงานเสียก่อน ทั้งยังไม่ยอมให้การใดๆ กับเจ้าหน้าที่คนอื่นนอกจากเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น

ชิ้นส่วนของคดีที่ผจญโยนให้สารวัตรหนุ่มใหญ่ออกไปตามหาความจริงนั้น ทั้งเล็ก ไม่มีเบาะแส และกระจัดกระจาย หากสัญชาตญาณในเบื้องลึกกู่ร้องให้เขารู้ว่ามันต้องมีอะไรสักอย่าง ทว่ายิ่งสืบลึกลงไปเท่าไหร่

หัสยุทธก็ยิ่งพบว่าเบื้องหลังของลูกแกะที่ถูกหมาป่าปองร้าย กลับกลายเป็นหมาป่าตัวที่ใหญ่กว่า พละกำลังมากกว่า… และมันกำลังคำรามอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่ปลายจมูกเท่านั้น!

 รีวิว…เจรจาต่อ-ตาย ตอน โลภะ 

ตอนนี้เรามาถึงเล่มที่ 3 ของนิยายชุด “เจรจาต่อ-ตาย” กันแล้วนะคะ ตอนที่ 3 ที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้คือตอน “โลภะ” ความโลภ ความทะยานอยากได้ ต้องการที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมาเป็นของตนไม่ว่าวิธีการนั้นจะถูกหรือผิดก็ตาม เช่นเดียวกับตัวละครในตอนนี้ที่แทบจะใช้ความโลภเป็นตัวผลักดันในการดำเนินชีวิต รวมทั้งความโกรธที่ถูกแย่งความรัก แน่นอนว่าคนเราย่อมมีรัก โลภ โกรธ หลง แต่ก็ควรจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของความพอดีและไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ซึ่งในเล่มนี้เราจะได้ทำความรู้จักกับ “มือขวา” ของหัสยุทธ คนสำคัญในทีม NIC (Negotiation in Crime Unit) หรือ หน่วยเจรจาต่อรองในกรณีเกิดเหตุอาชญากรรมหรือเหตุความไม่สงบ นั่นก็คือ “วุฒิภาศ” ผู้ที่มีปมปัญหาชีวิตที่เหมือนกับตัวละครฝ่ายร้ายในตอนนี้นั่นเอง

ระหว่างที่งานเลี้ยงฉลองของการทำงานร่วมกันมาเป็นเวลากว่า 2 ปี ระหว่างหน่วย NIC ที่มี “หัสยุทธ” เป็นหัวหน้าทีมกับแผนกนิติเวชที่มี “บุษบงกช” เป็นหัวหน้า กำลังดำเนินถึงช่วงสนุกสนานและเป็นกันเอง ทางหัสยุทธก็ได้รับโทรศัพท์ตามตัวจาก “โอบเกียรติ” หัวหน้าหน่วยสืบสวนสอบสวน เนื่องจากมีเหตุการชุมนุมกันของเหล่าพนักงานของโรงงานผลไม้กระป๋อง ทางหัวหน้ากลุ่มผู้ชุมนุมขู่ว่าจะมีการเผาโรงงาน ซึ่งทางผู้บริหารระดับสูงต้องการจะจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดและไม่อยากให้เหตุการณ์บานปลาย โอบเกียรติจึงต้องตามทีม NIC เพื่อมาเจรจาต่อรองกับผู้ชุมนุม การเจรจาเป็นไปด้วยดีผู้ชุมนุมยอมรับข้อเสนอที่ทางผู้จัดการโรงงานให้ ยอมยุติการชุมนุม และทยอยกันออกจากโรงงาน ระหว่างที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ทุกคนกำลังทยอยกลับบ้านด้วยรอมยิ้ม โรงงานก็ถูกวางเพลิงโดยหัวหน้าผู้ชุมนุม หรือ “ผจญ” จนได้ แต่ก็สามารถดับเพลิงไว้ได้ทัน โรงงานไม่ได้รับความเสียหายมากนัก เมื่อมีการสอบปากคำผจญ ผู้ต้องหาไม่พูดอะไรสักคำ บอกกับโอบเกียรติดพียงแค่ว่าต้องการจะคุยกับหัสยุทธเท่านั้น เหมือนว่าเขาจะมีอะไรบางอย่างที่ต้องการความช่วยเหลือจากหัสยุทธ เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจจะไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกนี้ต่อไป

ดูเหมือนว่าทั้ง “ปารุสก์” และ “วุฒิภาศ” ต่างก็มีชีวิตครอบครัวที่มีปัญหาทั้งคู่ คนนึงพ่อกับแม่และน้องต้องตายในกองเพลิงจากการเผาไล่ที่ ส่วนอีกคนก็โดนหัวหน้าครอบครัวโกหกอย่างไม่ใยดี พ่อของเขาไม่สามารถตัดขาดกับภรรยาหลวงได้ตามที่บอกกับแม่ของเขา แม่ของเขาจึงตัดใจจากพ่อและพาเขาไปตั้งหลักในที่ใหม่ ที่ที่ให้ทั้งความสุขและความสงบตามที่แม่ของเขาต้องการ ซึ่งสิ่งที่เหมือนกันของทั้งปารุสก์และวุฒิภาศคือทั้งสองคนเลือกที่จะก้าวไปข้างหน้า ไม่ยึดติดอยู่กับอดีตอันเจ็บปวดของตนเอง แค่ทำวันนี้ให้ทั้งตัวเองและคนที่เหลืออยู่มีความสุขมากที่สุดก็เพียงพอแล้ว

แตกต่างกับครอบครัวของ “วินิจ” ตั้งแต่ที่เขาจำความได้เรื่องที่เขาไม่มีวันลืมเลย คือเรื่องที่พ่อของเขา หรือ “อรรถสิทธิ์” นักธุรกิจใหญ่แอบเข้าหาพี่เลี้ยงของเขาทุกคืน ตัวของวินิจรู้สึกเจ็บแค้นพ่อของตัวเองและผู้หญิงคนนั้นมาก ด้วยความที่ตอนนั้นเขายังเด็ก เขาได้แต่เฝ้าถามตัวเองด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อต้องทำแบบนั้น หลังจากที่แม่ของเขารู้ จึงได้ไล่ผู้หญิงคนนั้นออกจากบ้านและตามจัดการเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีทางกลับมาหาสามีของตนได้อีก จนกระทั่งแม่ของเขาตรอมใจจากไปตามหลังน้องชายที่เสียชีวิตกระทันหัน เขาก็พบว่าผู้หญิงคนนั้นใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับลูกชาย ในขณะที่ชีวิตของเขาต้องเจอแต่กับเรื่องเลวร้ายไม่หยุด เขาเฝ้าแต่โทษว่าเป็นความผิดของพ่อกับผู้หญิงคนนั้น รวมทั้งลูกชายของเธอด้วย วินิจให้ลูกน้องตามสืบและตามรังควานไม่หยุด เพื่อให้ทั้งสองแม่ลูกหายไปจากโลกใบนี้ จากความเกลียดชังและความโกรธแค้นจนกลายเป็นความโลภของวินิจ ผลักดันให้เขาต้องทำทุกวิธี แม้กระทั่งชีวิตของคนรอบตัว เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เขาต้องการ

“ผจญ” ลูกชายอีกคนของอรรถสิทธิ์กับพี่เลี้ยงของวินิจ ตั้งแต่เด็กเขาต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมชีวิตของเขาเหมือนถูกกลั่นแกล้งจากมือที่มองไม่เห็นอยู่ตลอดเวลา หลังจากที่แม่ของเขาจากไปไม่นานเขาก็ยังโดนกลั่นแกล้งไม่หยุด จนเขาต้องเปลี่ยนชื่อและที่อยู่ เขาพยายามหาสาเหตุจนกระทั่งพบว่าตัวเขาเป็นลูกชายอีกคนของมหาเศรษฐีอย่างอรรถสิทธิ์ จะเพราะความโลภในเงินทองทรัพย์สมบัติของพ่อหรือเพราะเขาไม่อยากจะหนีอีกต่อไปก็สุดที่จะรู้ เขาเริ่มวางแผนเพื่อที่จะเข้าหาเพื่อทวงคืนทุกอย่างที่เขามีสิทธิ์ที่จะได้ จนถึงขั้นวางแผนเผาโรงงานผลไม้กระป๋องเพื่อที่จะยืมมือหัสยุทธเพื่อเปิดโปงความเลวร้ายทั้งหมดของวินิจ

ตอนนี้ “หัสยุทธ” สารวัตรหนุ่มสุดหล่อของเราเริ่มตามจีบคุณหมอ “บุษบงกช” แล้ว ดีใจมากๆ เราจะได้อ่านบทโรแมนติกกันบ้างแล้ว หลังจากที่ทั้งเราและทีมลูกน้องของทั้งสารวัตรหัวและหมอบุษแอบลุ้นอยู่นานว่าเมื่อไหร่สารวัตรหัสเขาจะลงมือซะทีนะ ตัว “หมอบุษ” น่ะเขาก็เริ่มแง้มๆ แล้วนะว่าน่าจะแอบมีใจให้ รู้สึกเหมือนจะสมหวังแต่ก็เหมือนจะไม่ยังไงก็ไม่รู้ ไหนจะมี “สารวัตรโอบ” และ “กันตพร” ที่ตอนนี้เริ่มมีบทมากขึ้นว่าอาจจะเข้ามาทำให้พระ-นางของเราต้องถอยห่างจากกันแน่นอนน่ะสิ เราเลยเดาไม่ออกเลยว่าทั้งหัสยุทธและบุษบงกชจะลงเอยกันอีท่าไหน อยากให้สารวัตรหัสลดความใจเย็นลงอีกนิด สารวัตรหัสน่ะใจเย็นมากไปแล้วนะ ไม่รู้หรือไงว่ามีคนทำคะแนนตีตื้นขึ้นมาแล้ว

เมื่อคนเรามีความต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเปี่ยมล้น เราจะทำอย่างไรเพื่อให้ได้สิ่งนั้นมาครอบครอง เราจะสามารถเป็นคนเห็นแก่ตัวได้มากน้อยแค่ไหน เราจะใช้วิธีการที่ดีที่สุดหรือสกปรกที่สุดได้ขนาดไหน หากเราไม่สามารถทำได้เองเราจะยืมมือคนอื่นมาสกปรกแทนเราดีไหม ไม่ว่าจะด้วยความโกรธ ความทะเยอทะยาน ความเห็นแก่ตัว ความเกลียดชังหรือปัจจัยใดก็ตามที่หลอมรวมได้เป็นความโลภล้วนแต่ทำให้จิตใจเราเป็นทุกข์ทั้งสิ้น

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุด…เจรจาต่อ-ตาย…คลิ๊ก