เจรจาต่อ-ตาย ตอน เกียจคร้าน (ความใส่ใจที่แตกต่าง)

เจรจาต่อ-ตาย ตอน เกียจคร้าน

(หนังสือลำดับที่ 6 ในนิยายชุดเจรจาต่อ-ตาย)

ผู้แต่ง Tiara

สำนักพิมพ์ แจ่มใส

จำนวนหน้า 248 หน้า

ราคา 209 บาท

คำโปรยหลังปก

หน่วยเจรจาต่อรองในกรณีเกิดเหตุอาชญากรรม หรือ NIC มีหน้าที่เจรจาต่อรองกับคนร้ายยามเกิดเหตุความไม่สงบต่างๆ ทั้งจับตัวประกัน ชุมนุม หรือยับยั้งเหตุฆ่าตัวตาย และ ‘หัสยุทธ’ คือหัวหน้าหน่วยนั้น

แม้คดีที่แสนวุ่นวายในครั้งก่อนได้ปิดฉากลงแล้ว แต่เพราะตัวตนของ Satan ยังซ่อนเร้นอยู่ในเงามืด หัสยุทธจึงยังไม่อาจวางใจและเริ่มตั้งข้อสังเกตที่น่าหวาดหวั่น

ในขณะนั้นหน่วย NIC ก็ต้องจัดการคดี ชายหนุ่มใช้มีดจี้จับแม่ค้าสาวเป็นตัวประกัน ซึ่งเบื้องลึกของคนร้ายและเหยื่อมีความซับซ้อนกว่าที่คาด จนหนึ่งในสมาชิกของหน่วยต้องตามไปสืบความถึงภาคใต้

ฝ่ายบุษบงกชได้รับงานชันสูตรศพเคสใหญ่ เพราะผู้ตายมีน้ำหนักตัวมากเกือบสี่ร้อยกิโลกรัม แม้สภาพโดยรวมจะทำให้คาดว่าเป็นการตายโดยธรรมชาติ แต่พี่สาวของผู้ตายกลับยืนกรานว่าน้องสาวถูกฆ่า!

ท่ามกลางคดียุ่งยาก ความสัมพันธ์ของหัสยุทธและบุษบงกชยังสดใส จนเมื่อเรื่องของใครคนนั้นแทรกเข้ามาในจังหวะสำคัญ ทำให้คุณหมอถึงกับต้องคิดหนัก… ว่าเส้นทางของเธอต่อจากนี้จะมีหัสยุทธร่วมเดินไปด้วยหรือไม่

 รีวิว…เจรจาต่อ-ตาย ตอน เกียจคร้าน 

พึ่งจะรู้ตัวว่าช่วงนี้เรารีวิวแต่หนังสือที่มีภาคต่อทั้งนั้นเลย ทั้ง “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ที่เราได้รีวิวครบแล้ว 7 เล่ม หากใครยังไม่ได้อ่าน คลิ๊กตรงนี้ได้เลยค่ะ! และนี่ต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่ๆ เพราะหนังสือที่เราจะมารีวิวต่อในวันนี้เขาก็มี 7 เล่มเช่นกัน แม้ว่าตอนนี้เล่มล่าสุดที่ตีพิมพ์ออกมาวางจำหน่ายจะมีเพียงแค่ 6 เล่มก็ตาม นั่นก็คือเรื่อง “เจรจาต่อ-ตาย” บอกเล่าเรื่องราวการทำงานของหน่วย NIC หรือหน่วยเจรจาต่อรองในกรณีเกิดเหตุอาชญากรรม ขั้นตอนการทำงานของผู้รักษากฎหมาย รวมถึงเรื่องของการชันสูตรศพของหมอในสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ที่จะมีการเข้าไปเกี่ยวข้องกับ บาป ทั้ง 7 และสำหรับใครที่ยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเริ่มต้นอ่านนิยายชุดนี้ดีมั้ย ต้องเริ่มอ่านที่เล่มแรกเลยหรือเปล่า ให้การรีวิวของเราเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจนะคะ

“พจนีย์” ผู้ช่วยของหมอ “บุษบงกช” ได้รับโทรศัพท์จากตำรวจท้องที่ให้ช่วยไปชันสูตรศพในทาวเฮ้าส์แห่งหนึ่ง ซึ่งโดยปกติแล้วจะไม่มีการออกไปทำงานนอกสถานที่ แต่เนื่องจากการขนย้ายศพค่อนข้างลำบากและหากทิ้งไว้นานเกินไปร่างกายของผู้ตายก็อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงอาจเป็นสาเหตุให้การชันสูตรศพผิดพลาดได้และแน่นอนว่าบุษบงกชไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น แต่การชันสูตรในสถานที่เกิดเหตุนั้นก็มีความยุ่งยาก ทั้งเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือที่ต้องเตรียม ไหนจะสถานที่ที่ไม่อำนวยต่อทำงาน และอุปสรรคที่สำคัญที่สุดก็คือน้ำหนักของผู้ตายที่มากกว่าสามร้อยกิโลกรัม แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องหาคำตอบให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ส่วนทางด้านสารวัตร “หัสยุทธ” และทีม NIC ได้รับการตามตัวจากตำรวจท้องที่แห่งหนึ่งเช่นกัน เนื่องจากมีเหตุการณ์จี้ตัวประกันเกิดขึ้นบริเวณริมถนนสายหนึ่งใกล้กับตลาด คนร้ายเป็นผู้ชายมีท่าทางเหมือนคนเมายาใช้อาวุธมีดจี้ตัวประกันซึ่งเป็นแม่ค้าที่ขายของอยู่ในตลาด หัสยุทธให้ “วุฒิภาศ” ซึ่งเป็นมือขวาของเขาเป็นคนเจรจาต่อรองแทน โดยที่เขาจะเป็นคนคอยสนับสนุน หลังจากการเจรจาสิ้นสุดลง เขาสามารถเข้าชาร์จคนร้ายได้สำเร็จและตัวประกันปลอดภัย และเขาก็คิดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายแล้วแท้ๆ แต่ตัวประกันกลับพุ่งเข้าใส่คนร้าย มีการเอาอาวุธที่ซ่อนไว้ออกมาขู่ ทั้งยังพูดถึงเรื่องลูกที่หายไป สงสัยว่าเรื่องนี้มันจะมีอะไรมากกว่าที่เขาคิดไว้ซะแล้ว

ตอนแรกที่เราได้เห็นชื่อตอนของ “เจรจาต่อ-ตาย” ในเล่มนี้ที่มีชื่อตอนว่า “เกียจคร้าน” เราก็ได้แต่ สงสัย ว่า เรื่องเล็กๆ อย่างเรื่องความขี้เกียจเนี่ย มัน สำคัญ ขนาดเอามาเป็นท็อปปิคหลักได้เลยหรอ และพออ่านจบเราก็ได้รู้ว่าเรื่องที่เราเห็นว่ามันเป็นแค่เรื่องเล็กๆ นี่ล่ะ ถ้าหากมันทับถมพอกพูนเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นดินพอกหางหมู มันก็อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เหมือนกัน เพราะหากคนเราไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีระเบียบวินัย ละทิ้งในหน้าที่ของตน ผลัดวันประกันพรุ่งแล้วล่ะก็ นอกจากจะกระทบกับงานในส่วนของตนแล้ว ยังอาจทำให้คนอื่นเดือดร้อนจากความขี้เกียจของเราอีกด้วย

เราจะได้เห็นจาก นิสัย ของตัวละครต่างๆ ที่นักเขียนได้บรรยายถึงภายในเล่มนี้ จริงๆ แล้วเรานึกภาพไม่ออกเลยว่า สารวัตรหัสกับหมอบุษ หรือแม้แต่ลูกน้องของทั้งสองพระ-นางของเราเนี่ย จะมีนิสัยขี้เกียจยังไง คือถ้าให้แข่งกันตอบว่าใคร ขยัน ทำงานมากกว่ากันยังจะตอบง่ายกว่าซะอีก เพราะฉะนั้นในเล่มนี้เราจึงได้ทำความรู้จักกับครอบครัวของผู้ช่วยคนสนิทของหมอบุษอย่าง “พจนีย์” กันบ้าง หลังจากที่ให้หนุ่มๆ NIC เค้าแย่งซีนมานาน การต้อง รับผิดชอบ เป็นหัวหน้าครอบครัวแทนพ่อที่จากไป สำหรับลูกสาวคนโตที่ยังเรียนหนังสืออยู่ มันกลายเป็นภาระที่ยิ่งใหญ่ มันไม่ง่าย ไม่สบายและต้องเสียสละความสุขส่วนตัวมากมาย แต่พจนีย์ก็สามารถประคับประคองทุกคนในครอบครัวให้อยู่กันอย่างสุขสบาย แถมยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ให้กับหมอบุษได้ดีอย่างไร้ที่ติ แต่บางครั้งหากไม่สามารถสร้าง สมดุล ระหว่างงานกับครอบครัวได้แล้วล่ะก็ เราอาจจะต้องมานั่งโทษตัวเองแบบที่พจนีย์ต้องเจอก็ได้

และเรื่องสำคัญที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลย ก็คือเรื่อง “ความรัก” ของสารวัตรหัสกับหมอบุษนั่นเอง เรานี่ดีใจกับความคืบหน้า ของทั้งสองคนจนเกือบจะจุดพลุฉลองให้สารวัตรหัสแล้วที่หมอบุษยอมพาไปเจอกับครอบครัว เพราะมันหมายถึงการ ยอมรับ และ จริงจัง ในความสัมพันธ์ครั้งนี้ของหมอบุษนั่นเอง นี่ก็นั่งคิดนั่งอมยิ้มไปคนเดียวว่าไม่น่าจะมีเรื่องอะไร ไม่น่าจะต้องมาลุ้นเรื่องอะไรของคู่นี้แล้วเชียว แต่ก็ต้องมีเรื่องมาให้ลุ้นทุกทีไป ซึ่งในการลุ้นของเราครั้งนี้ (ในความลุ้นก็ยังมีข้อดีนะ) เรามีโอกาสได้เห็นมุมน่ารักๆ ได้เห็นความคิดและได้เห็นมุมมองต่างๆ ในการตัดสินใจ เลือก ระหว่างหน้าที่ ความรับผิดชอบ กับ ความรัก และมันทำให้เรารักสารวัตรหัสมากขึ้นไปอีก นอกจากเราจะได้ลุ้นคู่พระ-นางแล้ว คิดว่าครั้งหน้าเราอาจได้ลุ้นเรื่องของสารวัตรโอบเกียรติกันบ้างแล้วล่ะ

อยากจะบอกว่าคุ้มค่ากับการรอคอยมากๆ พอเห็นว่าสำนักพิมพ์วางจำหน่าย เราก็กดสั่งซื้อทันที และไม่ผิดหวังเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะยังคงความสนุกและน่าติดตามได้ตั้งแต่ต้นจนจบเล่ม ที่สำคัญคือมีประโยคหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ที่เรารู้สึกว่ามันดีมากและรู้สึกว่านี่แหละคือความจริงของชีวิต นั่นก็คือ โชคชะตามักจะทดสอบมนุษย์ ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง การใช้ชีวิตคือการต้องผ่านการทดสอบนั้นไปทีละด่านทีละด่าน จนกว่าเราจะหมดลมหายใจ

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุด…เจรจาต่อ-ตาย…คลิ๊ก