เจรจาต่อ-ตาย ตอน ริษยา (ความพอดีที่แตกต่าง)

เจรจาต่อ-ตาย ตอน ริษยา

(หนังสือลำดับที่ 4 ในนิยายชุดเจรจาต่อ-ตาย)

ผู้แต่ง Tiara

สำนักพิมพ์ แจ่มใส

จำนวนหน้า 216 หน้า

ราคา 199 บาท

คำโปรยหลังปก

หน่วยเจรจาต่อรองในกรณีเกิดเหตุอาชญากรรม หรือ NIC มีหน้าที่เจรจาต่อรองกับคนร้ายยามเกิดเหตุความไม่สงบต่างๆ ทั้งจับตัวประกัน ชุมนุม หรือยับยั้งเหตุฆ่าตัวตาย และ ‘หัสยุทธ’ คือหัวหน้าหน่วยนั้น

หลังออกจากโรงพยาบาล หัสยุทธก็พบว่าบรรยากาศระหว่างเขากับบุษบงกชนั้นเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการที่มีหญิงสาวอีกคนพยายามจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเขามากกว่าเดิม ทำให้เขาระแคะระคายว่าทั้งสองเรื่องนั้นแม้จะดูไม่เกี่ยวข้องกัน แต่อาจจะโยงใยมาถึงกัน

ขณะเดียวกันงานประกวดมิสไทยแลนด์ประจำปีก็เริ่มต้นขึ้นอย่างคึกคัก ทั้งๆที่ควรจะเป็นงานที่เชิดหน้าชูตาของประเทศ ในการเฟ้นหาหญิงสาวที่งดงามทั้งกายและใจ แต่กลับกลายเป็นว่าเวทีประกวดในปีนี้เป็นสังเวียนของอดีตนางงามสองคนอย่างลับๆ ทั้งคู่ต่างใช้ทุกวิถีทางเพื่อห้ำหั่นซึ่งกันและกัน เบื้องหลังอันมืดดำของทุกตัวละครกำลังเผยอออกมาทีละน้อย ไฟริษยาที่ถูกโหมขึ้นมานั้นย่อมแผดเผาใครต่อใครให้มอดไหม้จนเป็นจุณ!

 รีวิว…เจรจาต่อ-ตาย ตอน ริษยา 

มาถึงเล่มที่ 4 ของนิยายชุด “เจรจาต่อ-ตาย” ในตอน “ริษยา” กันแล้วนะคะ ตอนนี้มาถึงคราวที่เราจะได้รู้เรื่องของ “หัสยุทธ” สารวัตรฝีมือดีหัวหน้าทีม NIC (Negotiation in Crime Unit) หรือ หน่วยเจรจาต่อรองในกรณีเกิดเหตุอาชญากรรมหรือเหตุความไม่สงบ ซึ่งเรื่องของสารวัตรหัสนั้นยังไม่ใช่เรื่องส่วนตัวเท่าไหร่นะ แต่เป็นเรื่อง “ความรัก” ของสาวน้อยคนสวยที่ชื่อว่า “กันตพร” ที่มีต่อสารวัตรนั่นเอง นอกจากนั้นเราจะได้ทำความรู้จักกับความริษยาในรูปแบบต่างๆ มากมาย ทั้งจากคนที่มีความผิดชอบชั่วดีและจากคนที่ขาดความพอดี โดยที่เขาเหล่านั้นไม่เคยรู้เลยว่า ความต้องการบางอย่างของตัวเองนั้น ส่งผลกระทบต่อการกระทำและจิตใจของคนอื่นมากน้อยแค่ไหน

ดูเหมือนว่าการประกวดมิสไทยแลนด์ปีนี้จะเข้มข้นกว่าที่ผ่านมา เพราะมีตัวเก็งถึง 2 คน “วิกานดา” อดีตรองอันดับหนี่งมิสไทยแลนด์ตัดสินใจส่ง “อรัญญิการ์” ลูกสาวคนสวยดีกรีนางงามหลายเวทีเข้าประกวดมิสไทยแลนด์ในปีนี้ โดยไม่รู้ว่า “จันทรลักษณ์” อดีตเจ้าของมงกุฏมิสไทยแลนด์ ก็ส่งลูกสาวของตน “ภักดิอร” เข้าร่วมประกวดเช่นกัน จันทรลักษณ์ต้องการสั่งสอนให้วิกานดารับรู้ถึงความพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตเพื่อที่จะได้ไม่คิดมาแข่งขันกับตนอีก และด้วยความอิจฉาริษยาจากเหตุการณ์ในอดีตของวิกานดา คราวนี้ตนจะทำทุกวิธีให้ลูกสาวของตนเป็นผู้ชนะ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดก็ตาม ทางด้าน “หัสยุทธ” จากเหตุการณ์ลอบทำร้ายทำให้เขาต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ในระหว่างนั้น “กันตพร” ดูแลเอาใจใส่สารวัตรเป็นอย่างดี แต่อีกคนที่เขาอยากเจออย่าง “บุษบงกช” กลับหน้าหายตาไปไม่ยอมมาเยี่ยม หลังจากออกจากโรงพยาบาลไม่นาน เขารับรู้ว่ากันตพรมีความรู้สึกพิเศษต่อเขา ส่วน “โอบเกียรติ” ก็เดินหน้าจีบหมอบุษหลังจากที่มาคุยเปิดอกกับเขา หัสยุทธจึงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อที่จะคลี่คลายปัญหาความรักครั้งนี้

ในเล่มนี้จะมีการเล่าเหตุการณ์ของ 2 ฝั่งควบคู่กันตลอดทั้งเรื่อง โดยจะมีการเล่าถึงความริษยาของทุกตัวละครทั้งตัวละครหลักและตัวละครรอง ซึ่งเหตุการณ์ของฝั่งแรกคือการ “ประกวดมิสไทยแลนด์” จุดเริ่มต้นความริษยาของผู้หญิงสองคน “วิกานดา” หลังจากที่ได้ตำแหน่งรองอันดับหนึ่งมิสไทยแลนด์ ชีวิตที่เคยวาดฝันไว้ก็พลิกผัน ชายที่เคยหมายปองหลุดมือ ต้องแต่งงานกับคนที่มีระยะห่างต่อกันทั้งอายุและความคิด พอมีลูกชายคนแรกสามีก็ไม่คิดช่วยดูแล ทำให้ตนต้องเลี้ยงดูลูกอย่างผิดๆ ถูกๆ คนเดียว ชีวิตมาดีขึ้นตอนที่มีลูกคนที่สองเป็นผู้หญิง วิกานดาตั้งใจเลี้ยงลูกสาวของตนเป็นอย่างดี วางแผนที่จะให้ลูกสาวเดินตามรอยเท้าของตัวเอง และจะต้องคว้ามงกุฎมิสไทยแลนด์ที่ตัวเองเคยหวังเอาไว้ให้ได้

ส่วนหญิงสาวอีกหนึ่งคน “จันทรลักษณ์” ตนคิดเสมอว่าชีวิตของตัวเองสมบรูณ์แบบที่สุด จะเรียกง่ายๆ ว่าเป็นคนต้นทุนดีก็คงได้ เพราะมีตำแหน่งเป็นถึงอดีตมิสไทยแลนด์ ในด้านครอบครัวสามีก็เป็นถึงนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เป็นชายหนุ่มที่ใครๆ ต่างก็หมายปอง และไม่ว่าตนต้องการจะทำอะไรสามีก็ตามใจทุกอย่าง พอมีลูกสาวลูกก็นำมาซึ่งความภาคภูมิใจ แต่ถึงอย่างนั้นความอิจฉาริษยาที่มีในใจก็ไม่เคยหายไปไหน จันทรลักษณ์ไม่สามารถทนเห็นคนอื่นได้ดีเกินหน้าเกินตาตัวเองได้ โดยเฉพาะถ้าคนคนนั้นคือวิกานดา เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายส่งลูกสาวของตัวเองลงประกวดความงาม ตนจึงส่งลูกสาวของตนเข้าประกวดบ้าง เพื่อให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่าตนคือผู้ที่อยู่เหนือกว่าไม่ว่าจะในอดีตและปัจจุบัน แต่หารู้ไม่ว่าความอิจฉาริษยาของตัวเองนั่นแหละที่กำลังจะทำลายทุกอย่าง

เล่าถึงเหตุการณ์ของฝั่งตัวละครหลักกันบ้างดีกว่า ในเล่มนี้ “ความริษยา” สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยไม่จำกัดเพศและวัย เริ่มจากพระเอกของเรื่องอย่าง “หัสยุทธ” หลังจากที่ได้พูดคุยเปิดอกกับสารวัตรโอบ ก็ทำให้พ่อพระเอกของเรารู้ว่างานนี้จะต้องรีบตัดสินใจบอกหมอบุษถึงเรื่องในหัวใจของตัวเองเสียที เพราะแค่ได้เห็นสารวัตรโอบยืนคุยกับหมอบุษด้วยท่าทางสบายๆ อย่างที่ไม่เคยเห็นหมอบุษทำเวลาที่อยู่กับตัวเอง ก็ทำให้รู้สึกอิจฉาริษยาเพื่อนขึ้นมาได้เหมือนกัน นอกจากเรื่องนี้ยังมีเรื่องของกันตพรเข้ามาอีก ตอนแรกไม่คิดว่าเรื่องของนางรองของเราจะซับซ้อนในด้านจิตใจขนาดนี้ พอรู้เรื่องเราก็สงสารนางทันทีเลย เข้าใจเลยว่าทำไมนางต้องแอบนัดหมอออกมาคุยด้วย คือเหมือนว่ากำลังจะเสียหลักยึดที่มีอยู่หลักเดียวในชีวิตไป

ทางด้าน “บุษบงกช” เมื่อเห็นว่ากันตพรดูแลเอาใจใส่สารวัตรหัสเป็นอย่างดีในระหว่างที่สารวัตรบาดเจ็บ ทำให้หมอบุษพยายามถอยห่างจากหัสยุทธ อาจจะเพราะความอิจฉาที่ได้เห็นผู้หญิงคนอื่นใกล้ชิดคนที่ตัวเองแอบมีความรู้สึกดีๆ ให้ และด้วยความไม่แน่ใจในสถานะและความรู้สึกของทั้งตัวเองและหัสยุทธที่ หมอบุษจึงไม่อยากจะเอาตัวเองเข้าไปผูกพันเพราะกลัวจะต้องเสียใจ โดยที่นางเอกก็ไม่ได้รู้เลยว่าอีกฝ่ายเขาคิดถึงอยากเห็นหน้า อยากอ่อยจนใจจะขาด แต่จริงๆ เราก็แอบสมน้ำหน้าสารวัตรหัสนะ อยากใจเย็นดีนัก ปล่อยให้ช้ำใจซะให้เข็ด พอกันตพรนัดให้ออกมาเจอเพื่อพูดคุยถึงความสัมพันธ์กับหัสยุทธ หมอบุษก็ใช้ความนิ่งสยบทุกความรู้สึกจริงๆ ความเป็นผู้ใหญ่และวุฒิภาวะของหมอบุษนี่น่านับถือมากๆ ไม่โวยวายตีโพยตีพาย ชอบคำพูดของหมอตอนที่กำลังจะลุกออกจากร้านมาก ใจความประมาณว่าถ้ารู้จักผู้ชายคนนี้ดีจริงๆ ก็ต้องรู้ว่าถ้าผู้ชายคนนี้มาชอบฉัน แล้วถ้าฉันไม่ได้ชอบเขาตอบ ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะต้องหันไปชอบเธอนี่ ร้ายกาจแต่เด็ดขาด!

บางทีเราก็ไม่เคยนึกเลยว่าแค่ “ความริษยา” ของคนคนเดียวจะสามารถผลักดันให้ลงมือทำร้ายจนถึงขั้นทำลายทั้งชีวิตและความรู้สึกคนได้อีกหลายคน

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุด…เจรจาต่อ-ตาย…คลิ๊ก