เจรจาต่อ-ตาย ตอน ราคะ (การเอาตัวรอดที่แตกต่าง)

เจรจาต่อ-ตาย ตอน ราคะ

(หนังสือลำดับที่ 1 ในนิยายชุดเจรจาต่อ-ตาย)

ผู้แต่ง Tiara

สำนักพิมพ์ แจ่มใส

พิมพ์ครั้งที่ 2 / กุมภาพันธ์ 2559

จำนวนหน้า 195 หน้า

ราคา 169 บาท

คำโปรยหลังปก

หน่วยเจรจาต่อรองในกรณีเกิดเหตุอาชญากรรม หรือ NIC มีหน้าที่เจรจาต่อรองกับคนร้ายยามเกิดเหตุความไม่สงบต่างๆ ทั้งจับตัวประกัน ชุมนุม หรือยับยั้งเหตุฆ่าตัวตาย และ ‘หัสยุทธ’ คือหัวหน้าหน่วยนั้น

เขาได้รับแจ้งจาก ‘โอบเกียรติ’ คู่ปรับจากทีมสืบสวน ว่าเกิดเหตุปล้นธนาคารขึ้นและมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน ทำให้เขาต้องรีบนำทีมออกไปช่วยกู้สถานการณ์เป็นการด่วน แม้จะได้เจรจากับคนร้ายจนเหตุการณ์เริ่มคลี่คลาย ทว่าในวินาทีที่เกิดเสียงปืนดังลั่นและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทุกสิ่งที่หัสยุทธทำมาสูญเปล่าไปทันที!

เขาพอจะโชคดีอยู่บ้างที่มี ‘หมอบุษบงกช’ จากแผนกนิติเวชให้ความช่วยเหลือในการสืบคดี ทำให้อะไรๆ รุดหน้าไปมาก ความจริงที่พวกเขาค้นพบเปิดประตูไปสู่การคลี่คลายคดี เกมราคะขอบใครบางคนกำลังจะถูกเปิดเผย มันซับซ้อนเกินกว่าจะจินตนาการถึง

 รีวิว…เจรจาต่อ-ตาย ตอน ราคะ 

ตั้งแต่นิยายชุด “สืบซ่อนรัก” 4 เล่มจบไปแล้ว เราก็ได้แต่รอว่าเมื่อไหร่จะมีผลงานเขียนเป็นชุดออกมาให้เราได้อ่านกันอีก เพราะติดใจงานเขียนของคุณ Tiara มากๆ พอมีข่าวออกมาว่าจะมีนิยายชุดใหม่ และคราวนี้น่าจะทำให้หายคิดถึงไปเลย กับนิยายชุด “เจรจาต่อ-ตาย” ที่มีถึง 7 เล่ม ได้แต่อุทาน คุณพระ! นี่มา 7 เล่มเลยหรอ โห ซื้อกันยาวๆ ไปเลย ซึ่งประเด็นที่นำมาเป็นแกนของเรื่องหลักขอบอกเลยว่าน่าสนใจมากๆ นั่นก็คือเรื่องของ “กิเลส” โดยแต่ละเล่มจะมีชื่อตอนประจำเล่มที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งกิเลสแรกของชุดก็คือ “ราคะ” ความต้องการเพื่อให้ได้มาซึ่งความพึงพอใจของตัวเอง แค่ได้เห็นชื่อหนังสือและคำโปรยปกหลังก็ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ต้องไปหาซื้อมาเป็นเจ้าของให้ได้!

โจรสองคนบุกเข้าปล้นธนาคารแห่งหนึ่ง โดยโจรทั้งสองคนทำทีว่าตัวเองเป็นลูกค้าของธนาคารจะมาทำธุรกรรมทางการเงิน มีการซ่อนอาวุธที่ใช้ปล้นอย่างแนบเนียน การวางแผนมาอย่างดีของโจรกลับกลายเป็นล้มไม่เป็นท่า เมื่อมีพลเมืองดีเกิดผิดสังเกตและได้ยินเสียงปืนที่โจรตั้งใจจะยิ่งขู่เพื่อควบคุมตัวประกันที่อยู่ในธนาคาร หลังจากที่ตำรวจได้รับการแจ้งให้รีบไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุแล้ว ก็พบว่ามีสิ่งผิดสังเกตหลายอย่าง คือตั้งแต่ที่ลูกค้าคนสุดท้ายของธนาคารเดินเข้าประตูไปเกือบ 1 ชั่วโมงก็ยังไม่มีใครเดินออกมาจากธนาคารเลยสักคนเดียว ทีมของ “โอบเกียรติ” หน่วยสอบสวนถูกตามมาเป็นทีมแรก การเจรจาดูเหมือนว่าจะไม่สำเร็จแถมโจรยังมีท่าทีต่อสู้ หลังจากเสียงปืนนัดที่ 4 ดังขึ้น ทำให้ต้องมีการตาม “หัสยุทธ” หัวหน้าหน่วยเจรจาต่อรอง หรือ NIC ทางโจรต้องการแลกเปลี่ยนตัวประกัน 3 คน ต่อรถ 1 คันเพื่อหนี และเนื่องจากมีคนเจ็บที่ต้องการแพทย์ด่วน การเจรจาต่อรองจึงไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร

เมื่อการแลกเปลี่ยนตัวประกันเริ่มขึ้นโจรคนแรกที่เดินออกมาจับตัวผู้ตัดการธนาคารออกมาด้วยเพื่อเป็นกำบังตัวเองจากสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามด้วยคนบาดเจ็บที่ต้องมีแม่บ้านและรปภ.ของธนาคารพยุงออกมาด้วย และสุดท้ายคือโจรอีกคนหนึ่งที่มีการจับหญิงสาวที่เป็นลูกค้าของธนาคารคนหนึ่งเป็นตัวประกัน การดำเนินการแลกเปลี่ยนกำลังจะจบลงด้วยดี แต่อยู่ๆ ผู้จัดการธนาคารก็ตะโกนขึ้นว่าให้ระวัง! โจรที่จับผู้จัดการเกิดตกใจจึงทำปืนลั่น เมื่อมีการยิงเกิดขึ้น สุดท้ายจึงมีการวิสามัญ ส่วนโจรอีกคนที่ยังจับตัวผู้หญิงเป็นตัวประกันนั้น สามารถหนีออกไปได้ โดยรถตำรวจที่มีเครื่องติดตามซ่อนไว้ แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น โดนยิงจนบาดเจ็บสาหัส ส่วนตัวประกันปลอดภัย เรื่องเหมือนจะจบลงด้วยดี แต่ตัวหัสยุทธรู้ดีว่าเรื่องนี้น่าจะมีอะไรมากกว่าการปล้นธนาคารของโจรลักเล็กขโมยน้อยธรรมดา

ตอน “ราคะ” เป็นนิยายเล่มแรกของชุดนี้ เพราะฉะนั้นเล่มนี้เลยจะเป็นเหมือนกับการแนะนำตัวละคร หน้าที่การทำงาน และขอบเขตการทำงานในหน่วยงานของแต่ละคน โดยจะมีการเล่าเรื่องของตัวละครหลักควบคู่ไปพร้อมๆ กับเหตุการณ์ต่างๆ ภายในเล่ม คดีแรกของชุดนี้คือ “คดีปล้นธนาคาร” ที่เราได้เล่าคร่าวๆ ไปแล้ว ตัวละครหลักหรือพระเอกของเรื่องหลายคนคงเดาได้แม้ว่าจะอ่านเพียงปกหลัง นั่นก็คือ “หัสยุทธ” สารวัตรฝีมือดีของหน่วย NIC (Negotiation in Crime Unit) หน่วยเจรจาต่อรองในกรณีเกิดเหตุอาชญากรรมหรือเหตุความไม่สงบ แม้ว่าการเปิดตัวของ “หัสยุทธ” จะมาหลังตัวละครรองอย่าง “โอบเกียรติ” แต่ว่าก็เอาใจเราไปเต็ม เพราะ ว่าพี่แกเท่ห์เหลือเกิน แต่นี่ก็ยังไม่น่าน้อยใจเท่านางเอกของเรา “บุษบงกช” ที่เปิดตัวเกือบๆ กลางเรื่องแล้ว และเรื่องนี้นางเอกมีอาชีพเป็นหมอชันสูตรศพด้วยนะ ไม่ธรรมดาทุกคนเลย

“คดี” ในเล่มนี้ เนื่องจากว่าเป็นเล่มแรก เลยเป็นคดีที่ดูไม่ยากแต่มีความซับซ้อนนิดหน่อย ตรงที่ว่าการปล้นธนาคารที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่การปล้นธนาคารธรรมดา เราเลยได้เห็นความสามารถที่หลากหลายของตัว “หัสยุทธ” ที่ไม่เพียงแต่จะเจรจาต่อรองเก่ง แต่เขาก็มีความสามารถในการสังเกตรวมทั้งการสืบหาพยานหลักฐานต่างๆ ในการสืบคดี ตัวละครในเรื่องทุกตัวทำงานกันเป็นทีมมากๆ แม้ว่าจะอยู่หน่วยงานที่แตกต่างกัน แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาที่ต้องฝึกด้วยกัน ออกที่เกิดเหตุด้วยกัน ทำให้ทุกคนทำงานเข้าขากันได้อย่างดี ไม่มีใครคิดขัดขาใครหรือไม่ทำงานตามที่หัวหน้าสั่ง ทุกคนปฏิบัติงานได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง โดยเฉพาะลูกน้องของหัสยุทธทั้ง 3 คน

เราไปทำความรู้จักกับลูกน้องในทีมของหัสยุทธกันดีกว่า เริ่มที่คนแรก “วุฒิภาศ” ที่มักจะจดบันทึกเหตุการณ์ทุกอย่างลงสมุดบันทึกของตัวเองตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลา สถานที่ และจุดที่น่าสงสัย จัดว่าเขาเป็นมือขวาของหัสยุทธก็คงได้ คนต่อมาคือ “อาสดา” คาดว่าคนนี้จะเป็นมือซ้ายของหัสยุทธ สามารถติดต่อประสานงานได้อย่างดีเยี่ยม สังเกตถึงสิ่งผิดปกติอย่างที่ไม่มีใครสังเกตเห็น คนสุดท้ายคือ “ปารุสก์” เจ้าหน้าที่พลเรือนคนเดียวในหน่วย NIC มีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ที่สูงมาก ไม่ว่าจะให้ค้นหาสถานที่ รูปภาพ ชื่อ เบอร์โทรของใครสักคนก็สามารถทำได้หมด ตัดมาที่ฝั่งหน่วยสอบสวนของโอบเกียรติกันบ้าง เราจะเห็นว่าเขาก็มีทีมของเขาเหมือนกัน คนแรกคือ “วิญญู” ผู้เป็นมือขวา ต่อมาคือ “การุณ” และ “พิบูลย์” นั่นเอง

เมื่อมีเรื่องงานไปแล้วสิ่งที่ควบคู่กันไปก็คือ “เรื่องส่วนตัว” ของตัวละคร ที่โดดเด่นที่สุดน่าจะเป็นเรื่องของ “บุษบงกช” หรือ “หมอบุษ” ที่มีเพื่อนเป็นเจ้าเครื่องดูดฝุ่นนามว่า “อีวี่” ที่สามารถฟังและเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างที่หมอบุษเล่าได้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง ก็แน่ล่ะสิ มันเป็นสิ่งของไม่มีชีวิตนี่นา จะพูดได้อย่างไรล่ะ ตอนแรกเราก็อดน้อยใจแทนหมอบุษไม่ได้ เพราะกว่าจะได้เปิดตัวก็กลางเรื่องไปแล้ว แต่ช็อตที่พูดคุยกับเครื่องดูดฝุ่นเหมือนเพื่อนของหมอบุษ นี่สามารถแย่งซีนทุกคนในเรื่องไปได้หมดเลย ความโรแมนติกในเรื่องนี้เราจะยังไม่ค่อยได้เห็น เพราะเหมือนว่าทั้งพระ-นาง เขาจะรักการทำงานของตัวเองกันมากๆ และเหมือนจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันซะมากกว่า เจอหน้ากันทีไรต้องแอบพูดจาแขวะกันทุกครั้ง

สิ่งที่เราจะเห็นได้ชัดเจนมากที่สุดจากคดีแรก คือ “ปัญหาสังคม” คิดว่าผู้เขียนน่าจะต้องการสะท้อนให้เราเห็นปัญหามากมายที่เกิดขึ้นในสังคม ตั้งแต่ปัญหาครอบครัว ไล่ไปจนถึงการเกิดเหตุอาชญากรรม ปัจจัยที่บีบให้แต่ละคนต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อที่จะอยู่รอดให้ได้ในสังคมนี้ต่อไป

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุด…เจรจาต่อ-ตาย…คลิ๊ก