เจรจาต่อ-ตาย ตอน ตะกละ (การรับมือที่แตกต่าง)

เจรจาต่อ-ตาย ตอน ตะกละ

(หนังสือลำดับที่ 2 ในนิยายชุดเจรจาต่อ-ตาย)

ผู้แต่ง Tiara

สำนักพิมพ์ แจ่มใส

พิมพ์ครั้งที่ 1 / พฤษภาคม 2559

จำนวนหน้า 198 หน้า

ราคา 169 บาท

คำโปรยหลังปก

หน่วยเจรจาต่อรองในกรณีเกิดเหตุอาชญากรรม หรือ NIC มีหน้าที่เจรจาต่อรองกับคนร้ายยามเกิดเหตุความไม่สงบต่างๆ ทั้งจับตัวประกัน ชุมนุม หรือยับยั้งเหตุฆ่าตัวตาย และ ‘หัสยุทธ’ คือหัวหน้าหน่วยนั้น

เมื่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนก่อนได้พันวาระไป คนใหม่ก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับยื่นความเปลี่ยนแปลงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และส่งผลกระทบกับเจ้าหน้าที่พลเรือนเพียงหนึ่งเดียวของหน่วย NIC อย่าง ‘ปารุสก์’ เข้าอย่างจัง

ว่าหน้าที่การงานนั้นสร้างความหนักใจให้เขาแล้ว… ร่างไร้วิญญาณของน้องสาวข้างบ้านที่เห็นกันมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ กลับเป็นเรื่องหนักอกยิ่งกว่า ‘บุญฑริก’ รอการกลับมาของพ่อด้วยการห้อยตัวอยู่บนขื่อบ้าน หากก็ไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่าเธอถูกฆาตกรรม… สำหรับคนใกล้ชิดอย่างปารุสก์แล้ว เด็กสาวที่ร่าเริงสดใสอย่างนั้น เขาไม่มีวันเชื่อว่าเธอจะจบชีวิตตัวเองลงง่ายๆ เป็นอันขาด ทุกความสามารถ ทุกความรู้ที่มีจึงถูกงัดมาใช้ เพื่อล้วงเอาความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ในเงามืดออกมาให้ได้

อีกด้านของความสัมพันธ์ที่เริ่มส่อเค้าลางของปัญหา ทำให้หัสยุทธต้องทำอะไรสักอย่าง แผนที่วางไว้ดันมีตัวแปรไม่คาดฝันก้าวเข้ามา แต่โอกาสสำเร็จของการเจรจาครั้งนี้ดูจะน้อยกว่าส่งเขาไปอยู่หน้างานเสียอีก เมื่อ แค่เริ่มต้นคุย หมอบุษบงกชก็ทำท่าจะเปิดฉากทะเลาะกับเขาเสียแล้ว

 รีวิว…เจรจาต่อ-ตาย ตอน ตะกละ 

มาต่อกันที่เล่มที่ 2 ของนิยายชุด “เจรจาต่อ-ตาย” กับตอน “ตะกละ” กันนะคะ แค่ชื่อตอนนี่ก็บอกอะไรเราได้หลายอย่างเลยเนอะ ว่าเรื่องนี้จะหยิบยกประเด็นไหนมาพูดถึง คำโปรยปกหลังของเล่มนี้ทำให้เรารู้สึกตกใจมากๆ ไม่คิดว่าจะเอาเหตุการณ์หลักที่เป็นตัวแปรสำคัญของคดีในเล่มมาเล่าก่อน ในเล่มนี้เราจะได้ทำความรู้จักกับสมาชิกของหน่วย NIC (Negotiation in Crime Unit) หรือ หน่วยเจรจาต่อรองในกรณีเกิดเหตุอาชญากรรมหรือเหตุความไม่สงบ ที่มี “หัสยุทธ” สารวัตรมือดีเป็นหัวหน้ากันมากขึ้น สมาชิกที่เราพูดถึงก็คือ “ปารุสก์” เจ้าหน้าที่พลเรือนเพียงคนเดียวในหน่วย ที่มีความสามารถด้านไอทีอย่างหาตัวจับยากนั่นเอง นอกจากเราจะได้ทำความรู้จักกับสมาชิกคนสำคัญของหน่วยเจรจาต่อรองแล้ว เล่มนี้เรายังจะได้รู้จักกับหญิงสาวคนสำคัญของหัสยุทธด้วยนะ

เมื่อมีการผลัดเปลี่ยนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ หลังจากการพ้นวาระของคนเก่า จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการทำงานตามไปด้วย ทำให้ทางหน่วย NIC ของ “หัสยุทธ” ที่งานไม่เยอะเท่าหน่วยอื่น ต้องเข้าไปช่วยคลี่คลายคดีของหน่วยสืบสวนสอบสวนของ “โอบเกียรติ” เนื่องจากคดีล้นมือ ไม่สามารถสะสางได้ทัน ทั้ง 2 หน่วยจึงต้องช่วยกันคลี่คลายปมปัญหาของ “คดียาลดความอ้วน” ที่มีหญิงสาวคนหนึ่งเสียชีวิตหลังจากได้รับยาลดความอ้วนที่มีสาร “ซิบูทรามีน” ตัวยาอันตรายที่ผสมอยู่ในยาลดความอ้วน หากได้รับเกินขนาด จะทำให้หัวใจเต้นเร็ว ไตทำงานหนัก จนสุดท้ายถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่คดีที่สืบหาหลักฐานก็ดูท่าว่าจะไม่มีทางคลี่คลายได้ง่ายๆ ก็เกิดอีกเรื่องขึ้นเมื่อน้องสาวข้างบ้าน “บุญฑริก” ที่ “ปารุสก์” รักเหมือนน้องสาวตัดสินใจจบชีวิตของตัวเองด้วย “การแขวนคอ” ผู้พบศพคนแรกคือพ่อของเด็กสาว ผู้ที่ปารุสก์นับถือเหมือนพ่อเพราะเคยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาด้วยกัน ปารุสก์พบว่าในคอมพิวเตอร์ของบุญฑริกมีเรื่องที่น่าสงสัยหลายอย่าง และยังรวมถึงเรื่องที่บุญฑริกตกเป็นเหยื่อของ “Cyberbullyjng” หรือการถูกกลั่นแกล้งโดยการใช้สื่ออินเตอร์เน็ตเพื่อให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อต้องอับอาย ปารุสก์ต้องใช้ความสามารถที่มีทั้งหมดเพื่อหาสาเหตุว่าทำไมน้องสาวเขาถึงต้องฆ่าตัวตายไปพร้อมๆ กับที่เขาต้องฟิตหุ่นเพื่อสอบเป็นตำรวจให้ได้

ในเล่มที่ 2 นี้เราจะเห็นการเขียนบรรยายเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจนในเรื่องของการลดน้ำหนักในแบบที่ถูกและผิด อย่างตัวของ “ปารุสก์” นั้น เขาจำเป็นต้องฟิตหุ่นเพื่อที่จะสอบตำรวจ โดยมี “อาสดา” เป็นเทรนเนอร์ช่วยลดน้ำหนักให้ ด้วยวิธีการออกกำลังกายและควบคุมอาหารอย่างถูกวิธี ทำให้นอกจากจะเป็นการลดน้ำหนักและเพิ่มกล้ามเนื้อแล้ว ยังทำให้การเคลื่อนไหวของร่ายกายคล่องแคล่วขึ้น แถมยังนอนหลับสบายอีกต่างหาก คนรอบตัวของปารุสก์ต่างก็ให้คำแนะนำ ให้กำลังใจ และเอ็นดูปารุสก์มาก จะว่าเขาโชคดีที่มีมิตรที่ดีก็ว่าได้ ต่างจาก “บุญฑริก” เด็กสาวข้างบ้านที่เขารักเหมือนน้องสาว ที่เลือกวิธีการลดความน้ำหนักด้วยการล้วงคอตัวเอง เนื่องจากความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นหลังจากทานอาหารเข้าไป วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำลายสุขภาพมาก ทั้งในช่องปาก หลอดอาหาร และกระเพาะอาหาร นอกจากนั้นเด็กสาวยังเลือกคบเพื่อนผิด ทั้งถูกหลอกใช้และถูกกลั่นแกล้ง เมื่อเด็กสาวโดนกลั่นแกล้งให้อับอายจนเกินจะรับไหวและไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาใคร สุดท้ายจึงเลือกจบชีวิตของตัวเองลง

เรื่องที่เราไม่พูดถึงคงจะไม่ได้และเป็นประเด็นหลักของเรื่องเลยก็คือ “Cyberbullying” หรือการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือเพื่อก่อให้เกิดการคุกคาม ล่อลวงและการกลั่นแกล้ง มักเกิดจากเจตนาที่มุ่งร้ายให้อีกฝ่ายอับอาย เจ็บใจ และเสียใจ โดยวิธีการกลั่นแกล้งกันผ่านโลกออนไลน์ก็มีหลากหลายวิธี ตั้งแต่การใช้คำพูดหยาบคายด่าทอ ขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายของอีกฝ่ายหากเจอหน้า การตัดต่อภาพของอีกฝ่ายให้โป๊เปลือยหรือการนำภาพลับของบุคคลนั้นลงสื่อโซเชียลต่างๆ เพื่อให้ได้รับความอับอาย การตั้งกลุ่มหรือเพจแอนตี้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อโจมตีและโน้มน้าวให้คนอื่นรู้สึกไม่ชอบไปด้วย จนถึงขั้นกีดกันให้คนคนนั้นออกจากสังคม ซึ่งผลกระทบของผู้ถูกรังแกจาก Cyberbullying นั้นจะขึ้นอยู่กับบุคลิกของแต่ละคน รวมไปถึงเรื่องของการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นของแต่ละคนอีกด้วย ในบางกรณีผู้ถูกรังแกหรือผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออาจมีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล จากคนที่เคยสดใสก็กลายเป็นคนชอบเก็บตัว ห่างเหินจากคนใกล้ชิด ในบางรายอาจมีความเครียดอย่างหนัก กินไม่ได้นอนไม่หลับ และอาจร้ายแรงถึงขั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่ เป็นผลให้รู้สึกอยากฆ่าตัวตายนั่นเอง

ซึ่งไม่ใช่ว่าในตอน “ตะกละ” นี้จะมีแต่เรื่องงานที่น่าเครียดนะคะ เพราะ ตอนนี้เรื่องหัวใจของทั้ง “สารวัตรหัสยุทธ” และ “หมอบุษบงกช” ก็น่าลุ้นและน่าเครียดไม่แพ้กันเลย ไม่รู้ว่าสารวัตรจะสามารถทำคะแนนหัวใจตีตื้น “สารวัตรโอบเกียรติ” แห่งหน่วยสอบสวนได้รึเปล่า เพราะสารวัตรโอบน่ะเขาที่มีทั้งคะแนนความดีความชอบจากทางครอบครัวของหมอบุษที่เห็นชอบ ว่าหมอบุษควรจะมีคนอื่นให้พูดคุยด้วย นอกจากการพูดคุยกับ “อีวี่” เครื่องดูดฝุ่นอัติโนมัติ แล้วไหนจะการที่สารวัตรโอบคอยดูแล เช้าถึงเย็นถึง แถมยังคอยใส่ใจหมอบุษอีก สงสัยว่าความรักครั้งนี้มีคนได้กินแห้วแน่ๆ สังสัยว่าเราคงต้องเอาใจช่วยสารวัตรหัสเขามากๆ หน่อยสินะงานนี้!

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุด…เจรจาต่อ-ตาย…คลิ๊ก