อิงแอบตะวัน – ความเข้าใจกันนั้นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด แม้กระทั่งความรัก

อิงแอบตะวัน

(ชุด Home Sweet Home… หวานใจในเรือนรัก)

ผู้แต่ง อัญชรีย์

สำนักพิมพ์ แจ่มใส

จำนวนหน้า 493 หน้า

ราคา 339 บาท

คำโปรยหลังปก

มิตรภาพดีๆ ที่เคยมีให้กันถูกทำลายลง ตั้งแต่วันที่ ‘จิรวดี’ ดันไปเห็นฉากเด็ดส่วนตั๊วส่วนตัวของ ‘แซคคารี โลแกน’ เพื่อนสนิทรุ่นน้องของเจ้านาย นับจากนั้นความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาก็เปลี่ยนไป จะเกลียดเขารึก็ไม่ใช่ จะว่าขยะแขยงก็บอกไม่ถูก ที่แน่ๆ คือเธอรับไม่ได้กับรสนิยมทรีซั่มของเขา และบังเอิญว่าจิรวดี ‘เผลอ’ แสดงออกชัดเจนเกินไป จนแซคจับได้และพานเกลียดขี้หน้าเธอเช่นกัน

ทว่าโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เพราะหลังจากได้ดูรายการ ‘เดอะสเตจแอ็คเทอร์ ซีซั่น 1’ ความรู้สึกที่จิรวดีมีต่อเขาก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เธอกลายมาเป็นติ่งที่หลงใหลคลั่งไคล้แซคหัวปักหัวปำ ชนิดไม่ว่าเขาจะร้ายกาจหยาบคายด้วยแค่ไหน… เธอก็มองว่าเขาน่ารักอยู่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอเปลี่ยนแล้วแซคจะเปลี่ยนตาม นอกจากจะไม่ยินดีกับความรู้สึกที่เธอมอบให้ แซคยังยิ่งยี้เธอหนักเข้าไปอีก และพอเพิ่มเรื่องมรดกพันล้านที่ยายอีกฝ่ายเกิดอยากจะมอบให้เธอขึ้นมา แซคก็เกลียดเธออย่างสมบูรณ์! เกลียดแล้วอย่างไรล่ะ สุดท้ายแซคก็ต้องยอมแต่งงานกับเธออยู่ดี แต่หญิงสาวก็เริ่มไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เธอจะสามารถปกป้องหัวใจเอาไว้ได้อย่างที่เคยคุยไว้!

 รีวิว…อิงแอบตะวัน 

หลังจากห่างหายกันไปนาน วันนี้จึงเป็นฤกษ์งามยามดีที่เราจะมาพูดคุยกันต่อกับหนังสือนิยายชุด “Home Sweet Home… หวานใจในเรือนรัก” ที่ตอนนี้ทางสำนักพิมพ์แจ่มใสได้ปล่อยเล่มที่เกือบจะได้เป็นเล่มปิดท้ายของชุดออกมาแล้ว นั่นก็คือ “อิงแอบตะวัน” และที่ต้องบอกว่าเกือบจะได้เป็นเล่มสุดท้ายก็เพราะว่ามีข่าวดีจากทางนักเขียนออกมาแล้วว่าในปีหน้า (คิดว่าน่าจะประมาณต้นปี 2562) จะมีการปล่อยเล่มที่ 6 หรือเล่มปิดท้ายจริงๆ ของนิยายชุดนี้ ในชื่อว่า “ฝันดีว่ามีเธอ” ซึ่งจะเป็นเรื่องราวความรักของ “ณชา” ของตัวประกอบอันโดดเด่นที่เราก็ตามลุ้นให้สมหวังเหมือนกัน อยากจะบอกว่าถูกอกถูกใจกับข่าวดีนี้เหลือเกิน! เหมือนเราจะแอบนอกเรื่องยาวไปนิด เรากลับมาเข้าเรื่องที่เราจะพูดคุยกันในวันนี้ดีกว่า…กับ “อิงแอบตะวัน”

“มรดกพันล้าน” หากเป็นคนอื่นก็คงอยากได้มาไว้ในครอบครอง แต่สำหรับ “จิรวดี” เธอไม่อยากได้มรดกมหาศาลนั่นเลยสักนิด เธอจะไปเอาเงินของคนอื่นมาเป็นของตัวเองได้อย่างไร เธอขอแค่ได้ ติ่ง ลูกชาย (ไอดอล) ทั้งหลายก็เพียงพอแล้ว แต่พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ โดยเฉพาะ “แซคคารี โลแกน” ทายาทของเจ้าของมรดกตัวจริง ที่คิดว่าเธอมาตีสนิท “ป้ามัทรี” หรือยายของเขาเพราะหวังเงินมรดกที่ควรจะเป็นของเขา อย่างเธอน่ะจะไปหลอกลวงใครเขาได้ อุตส่าห์อธิบายเหตุผลตั้งมากมายเขาก็ไม่ยอมรับฟัง แต่ต่อให้เขาพูดจา ร้ายกาจ เพียงใด เธอก็ทำใจเกลียดเขาไม่ลง ถึงเขาจะตามหาเรื่องได้สารพัดไม่หยุดหย่อน เธอก็ยังคงมองว่าเขา น่ารักน่าเอ็นดู เหมือนเด็กดื้อๆ คนหนึ่งอยู่ดี และแม้ว่ารสนิยมทางเพศบางอย่างของเขาจะทำให้เธอตกอกตกใจที่ต้องไปเห็นฉากเด็ดนั้นกับตา เธอยอมรับว่าในช่วงแรกนั้นเธอรู้สึก ยี้ เขาสุดๆ แต่ก็ทำใจ ยอมรับ มันได้อย่าง ง่ายดาย หลังจากได้เห็นเขาประกวดในรายการ ‘เดอะสเตจแอ็คเทอร์ ซีซั่น 1’ แล้วถ้าต้องเป็นเจ้าสาวกำมะลอของเขาเพื่อเงินมรดกที่อยากจะคืนให้เขาอย่างถูกต้องตามกฎหมายนั่น เธอไม่ต้องหัวใจวายไปเลยหรืออย่างไรกัน!

ตอนนี้เราก็เดินทางกันมาจนถึง “อิงแอบตะวัน” ซึ่งเป็นเล่มเกือบจบของนิยายชุด “Home Sweet Home… หวานใจในเรือนรัก” กันแล้วนะคะ หลังจากรอมานานเกือบครึ่งปี ไม่แน่ใจว่าถึงมั้ยนะ แต่รู้สึกว่านานจนลืมๆ เรื่องในเล่มก่อนหน้านั้นไปบ้างแล้ว (ไม่ได้แอบกดดันนักเขียนแต่อย่างใดนะคะ) และคงเพราะว่าได้มีโอกาสอ่าน 4 เล่มก่อนหน้านั้นแบบติดต่อกัน เลยรู้สึกว่าเล่มนี้ออกช้า แต่ไม่ว่าจะบ่นอย่างไรพอหนังสือตีพิมพ์ออกมาแล้ว เราก็ตามซื้อมาเก็บไว้ในครอบครองทันที (ประหนึ่งเห็นของลดราคา) แม้จะรู้สึกว่าช้ากว่าชาวบ้านเขาก็เถอะ

หลังจากที่เราได้เห็นบทของ “จิรวดี” หรือ “ดีดี้” ในฐานะ เพื่อนสนิท ของ “ศรีอาภา” นางเอกจาก “ภักดิ์กามเทพ” กันไปบ้างแล้วในเล่มก่อนหน้านี้ ในเล่มนี้เธอจึงได้เป็นนางเอกบ้างแล้ว แต่ก็ยังคงพาศรีฯ ไปตามติ่งไอดอลกันเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือบางทีก็มี “ธาวิน” หรือคุณท็อปสามีของศรีอาภาเป็นสารถีคอยไปรับไปส่งบ้าง และแม้ว่าศรีอาภาจะอยู่ในภาวะตั้งครรภ์แต่การตามติ่งไอดอลมันอยู่ในสายเลือดจริงๆ ซึ่งถ้าจะให้พูดกันตามจริงนางเอกอย่างดีดี้ใน “อิงแอบตะวัน” ท่าจะอาการหนักกว่ามาก ติ่งกันทุกเชื้อชาติไม่ว่าจีน เกาหลี ญี่ปุ่นจนถึงตะวันตก อาจจะเพราะว่ายังโสดและไม่มีภาระผูกพันเลยตามกรี้ดตามเชียร์ได้แบบไม่ต้องเกรงใจสามีที่บ้าน

ที่สำคัญคือหนึ่งในไอดอลที่นางเอกของเราตามติ่งก็คือ “แซคคารี โลแกน” หรือพ่อพระเอกสุดหล่อผู้รักการทรีซั่มหรืออาจจะถึงขั้นโฟร์ซั่มของเรานั่นเอง นางเอกของเราในเรื่องนี้อย่างดีดี้ เป็นเหมือนตัวแทนของแฟนคลับที่ รัก ศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบอย่าง แท้จริง คือนางรับได้ทุกอย่าง ไม่ว่าไอดอลของนางจะมีแฟนหรือแอบไปมีกิ๊ก คอยสนับสนุนแล้วยังคอยสืบหาความจริงเวลาที่ศิลปินโดนโจมตีในเรื่องที่ไม่เป็นความจริงแล้วบอกให้สังคมรับรู้ คือนางดีอ่ะ พูดได้แค่นี้จริงๆ ขนาดกับแซคนางยังรับได้เลยจากที่เคยยี้ นางก็หลงรักหัวปักหัวปำ แต่คือนางน่าจะดวงไม่ค่อยดีที่ได้โคจรมาเจอกับตาแซคคารี โลแกนพอดี มันเลยออกมาในรูปแบบนี้

เราได้ทำความรู้จักกับ “แซคคารี โลแกน” กันไปบ้างแล้วเช่นกันในฐานะเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกับ “ธาวิน” หรือ “คุณท็อป” จากเรื่อง “ภักดิ์กามเทพ” และ “นริศ” หรือ “คุณไอซ์” พระเอกของเรื่อง “วิวาห์สุดพริ้ง” ซึ่งมีตำแหน่งพ่วงเป็นเจ้านายของดีดี้นางเอกของเราในเรื่องนี้ด้วยนั่นเอง ในเล่มนั้นเราได้เห็นแซคในมุมของชายหนุ่มที่มีเสน่ห์ พูดจาดี เข้าอกเข้าใจคนอื่น และมองออกว่าใครคิดกับใครอย่างไร แต่พอมาถึงเล่มของตัวเองจะบอกว่าเป็นการ เผยธาตุแท้ จะดูแรงไปมั้ยเนี่ย แต่มันก็ขนาดนั้นจริงๆ แหละ คือนางอาจจะเป็นเฉพาะกับดีดี้คนเดียว อย่างนิสัยกวนประสาท ปากเสีย ขี้โมโห ขี้อิจฉาเป็นเด็กๆ (พูดซะจนแทบหาความดีไม่ได้เลย) แต่พอลับหลังนางเอกก็พยายาม เอาใจใส่ ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เกี่ยวกับดีดี้เป็นอย่างดี คอย เป็นห่วง เขาสารพัด ขนาดเราที่เป็นคนอ่านอยากจะเกลียดนางก็เกลียดไม่ลงเหมือนกัน คือเอาจริงๆ ก็พอกันล่ะคู่นี้

ถ้าจะให้เราให้คำจำกัดความของพระ-นางคู่นี้ ก็น่าจะเป็น “ซาดิสม์ มาโซคิสม์” หรือ “ผีเข้า ผีออก” ซึ่งตอนแรกก็คุยกันอยู่ดีๆ แต่พอผ่านไปไม่ถึงนาทีดีก็ทะเลาะกัน พอทะเลาะกันเสร็จก็ตามง้อ พอหายโกรธแล้วกลับมาคุยกันดีๆ ก็ทะเลาะกันอีกแล้ว วนเวียนแต่ฉากแบบนี้แทบจะทุกตอน ทำให้เรารู้สึกว่า คู่นี้จะลงเอยกันได้จริงหรอ?’ ‘จะลงเอยกันอย่างไร?’ แม้ว่ามันจะเป็นนิยายที่มีสูตรสำเร็จและเดาได้ก็เถอะว่ายังไงคู่นี้ก็ต้องสมหวัง แต่คือเราก็สงสัยว่านักเขียนเขาจะเขียนจบแบบไหน จะเป็นตามที่เราคิดมั้ย ก็ลุ้นๆ ดีเหมือนกัน และได้ข้อสรุปว่าถ้าไม่มี “มัทรี” หรือที่นางเอกของเราเรียกว่า “ป้ามัทรี” ส่วนพระเอกของเราซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายเรียกว่า “คุณยาย” แล้วล่ะก็ เห็นทีคู่นี้อาจจะลุ้นไม่ขึ้น ไม่รู้ป้ามัทรี (ขอเรียกตามนางเอกของเราแล้วกันเนอะ) เขาเห็นอะไรในตัวของพระ-นางคู่นี้กันนะ ถึงได้พยายามให้ทั้งสองคนได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเสียเหลือเกิน ซึ่งเราคงต้องขอบคุณตัวละครตัวนี้ไม่งั้นคนอ่านอย่างเราอาจจะไม่ได้เห็นฉากหวานๆ ของแซคกับดีดี้เลยก็เป็นได้

เล่มนี้เรามีความคาดหวังว่าจะมาในแนวโรแมนติก คอมเมดี้ แต่พอเจอดราม่าเกินกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของเรื่อง ก็เลยเหมือนอกหักนิดหน่อย แต่ก็ทำใจได้เลยอ่านจนจบ เพราะอยากรู้เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในเล่มแล้วก็พบว่า มันก็ดีเหมือนกันนะ!!

ความรักนั้นสำคัญก็จริง เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง แต่หากไม่ใช้ความเข้าใจหรือยอมรับในตัวตนของกันและกันไม่ได้ ความรักนั้นมันก็เปล่าประโยชน์

แม้ว่าจะทะเลาะกันบ้าง ไม่เข้าใจกันบ้าง แต่ถ้าหากหันหน้ามาคุยกันดีๆ ด้วยความรัก ด้วยเหตุผล มันก็ไม่มีคำว่า “เกินความพยายาม” หรอก

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุด…Home Sweet Home…คลิ๊ก