สาวน้อยเกวลิน เล่ม 6 ความลับ – ไม่มีความลับใดเป็นความลับในโลกนี้

สาวน้อยเกวลิน เล่ม 6

(ตอน ความลับ)

ผู้แต่ง อลินา

สำนักพิมพ์ ลูกองุ่น

พิมพ์ครั้งที่ 1/ กุมภาพันธ์ 2556

จำนวนหน้า 136 หน้า

ราคา 120 บาท

คำโปรยปกหลัง

คุณมีความลับไหม

ถ้าความลับของคุณถูกนำมาใช้ข่มขู่เพื่อเรียกร้องเงิน จนคุณไม่อาจจะทนได้อีก คุณจะทำอย่างไร…

เมื่อแก๊ง ก.ข.ค. ได้รับคำร้องขอให้ช่วยตามหาจอมแบล็กเมล์ เกวลินรับปากอย่างไม่ลังเล แต่ที่ทำให้ทุกคนแปลกใจคือนักศึกษาแพทย์จิตป่วนของแก๊งกลับโดดลงมาช่วยคดีนี้เต็มตัว

ใครคือจอมแบล็กเมล์ผู้กำความลับของคนละแวกแฟลตยูงทองไว้ ความลับอะไรที่เขาถือไว้เหนือเหยื่อ และความลับอะไรที่ทำให้อนิรุจเข้ามาช่วยสืบคดีนี้อย่างเต็มใจ… จนน่ากลัว

“ทางตัน ทางตัน” อนิรุจเคาะนิ้วกับโต๊ะเล็กข้างตัวอย่างใช้ความคิด “แต่มันต้องมีทางออกสิ มีช่องทางที่ไหนสักแห่งที่เป็นแหล่งข้อมูลให้คนร้าย

ระหว่างที่มันสมองของแก๊ง ก.ข.ค. กำลังคิด ครองขวัญก็เปรยอย่างหวาดหวั่นว่า

“ความลับนี่มันช่างน่ากลัวเสียจริงๆ นะคะ เหมือนเอาครกหินมามัดสองขาไว้ เดินไม่ได้ หนีไม่ได้ ตกน้ำก็จมตายอย่างเดียว ไม่มีอะไรดีเลย”

“แต่คนส่วนใหญ่ก็มีความลับทั้งนั้นแหละขวัญ มีครกผูกขาคนละใบ สองใบทั้งนั้น” ขบูรสรุปอย่างได้เรื่องได้ราวที่สุดของวันนี้

 รีวิว…สาวน้อยเกวลิน เล่ม 6 ความลับ 

ช่วงนี้เรามีโอกาสได้มาพบปะและพูดคุยกันบ่อยมากขึ้นนะคะ เนื่องจากตอนนี้เรายังมีรีวิวที่ค้างกันอยู่กับนิยายชุด “สาวน้อยเกวลิน” ที่ตอนนี้ทางสำนักพิมพ์ได้มีการตีพิมพ์และวางจำหน่ายกันไปถึงเล่มที่ 9 แล้ว เพราะฉะนั้นก็เท่ากับว่าตอนนี้เราเดินทางกันมาเกินครึ่งทางของหนังสือชุดนี้กันแล้ว เพราะเล่มที่เราจะมารีวิวกันในวันนี้นั้นเป็นเล่มที่ 6 ของนิยายชุดสาวน้อยเกวลินนั่นเอง (ถ้านับจากเล่มล่าสุดที่จัดจำหน่ายล่ะก็นะ) และก่อนที่ตัวหนังสือในย่อหน้านี้ของเราจะยาวไปมากกว่านี้ เราไปเอาใจช่วยแก๊งก.ข.ค.กับผู้หมวดเดียวสุดหล่อล่ำของเจ๊ขบูรสืบหาตัวคนร้ายกันต่อเลยดีกว่า…

“ร.ต.ท. จตุรนต์” มาขอให้ “แก๊งก.ข.ค.” ช่วยเหลือราชการในคดี “แบล็กเมล์และขู่กรรโชกทรัพย์” ที่กำลังทำอยู่ แต่เนื่องจากผู้ที่ขอให้ผู้หมวดช่วยเหลือนั้น เป็นเพื่อนของมารดาและไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนต่อสาธารณะ เพราะเกรงว่าจะเดือดร้อนและเสียชื่อเสียง เขาจึงไม่สามารถใช้การเป็นตำรวจของตัวเองลงมือสืบคดีนี้อย่างเปิดเผยได้ จึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากสมาชิกแก๊งก.ข.ค. อันได้แก่ “เกวลิน” “ขบูร” และ “ครองขวัญ” ให้ช่วยสืบนั่นเอง และประจวบเหมาะกับตอนนี้มีคดีแทงกันเกิดขึ้นในอพาร์ทเม้นต์ใหม่ใกล้ๆ กับแฟลตยูงทองด้วย เขาจึงคิดว่าคดีที่อยู่ในมือทั้งสองคดีนั้นน่าจะเกี่ยวข้องกัน เพราะการลงมือของคนร้ายมีการใช้รูปภาพเพื่อแบล็กเมล์และขู่กรรโชกทรัพย์ในลักษณะเดียวกัน

แต่สิ่งที่ทำให้สมาชิกแก๊งก.ข.ค. และผู้หมวดจตุรนต์อดแปลกใจไม่ได้ก็คือ การที่ “อนิรุจ” นักศึกษาแพทย์ผู้มีนิสัยประหลาดและมีตำแหน่งพ่วงเป็นสมาชิกคนสุดท้ายของแก๊งก.ข.ค. ดูจะให้ความสนใจคดีนี้เป็นพิเศษ จนถึงกับเอ่ยปากว่าจะช่วยสืบคดีนี้ด้วยตัวเองเสียด้วย งานนี้ต่อให้เป็นโจรระดับตำนานก็คงจะรอดพ้นเงื้อมมือของแก๊งก.ข.ค. และผู้หมวดเดียวยากซักหน่อยล่ะ!

ทุกคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ความลับ… ไม่มีในโลก” กันมาบ้างใช่มั้ยคะ แล้วเคยสังสัยกันมั้ยคะว่า ในชีวิตคนเรานั้นจะมีเรื่องอะไรบ้างนะที่อยากจะเก็บไว้เป็น “ความลับ” แล้วเราสามารถเก็บความลับกันได้มากที่สุดกี่เรื่อง?

เรารู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่เราพิมพ์คำว่า “ความลับ” มากที่สุดในชีวิตแล้วล่ะ นี่ถ้านับๆ ดูก็น่าจะเกิน 5 ครั้งแล้วมั้งเนี่ย และเพราะอะไรเราถึงต้องพูดถึง “ความลับ” ก็เพราะว่าหนังสือ “สาวน้อยเกวลิน” เล่มที่ 6 ที่เราจะมารีวิวกันในวันนี้นั้นมีชื่อตอนว่า “ความลับ” นั่นเอง ถ้าจะพูดถึง “ความลับ” เราคิดว่าเรื่องที่สามารถจัดให้เป็นความลับได้นั้น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องที่ผิดหรือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเสมอไปนะ เพียงแต่ถ้ามันเป็นเรื่องที่ดีเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บไว้เป็นความลับก็ได้ แล้วถ้าหากวันดีคืนดีเราได้ไปรู้ความลับบางอย่างที่อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ผิดแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรเปิดเผยของคนอื่นล่ะ

ทีนี้มันก็เลยมาถึงคำถามที่ว่า ถ้า “ความลับ” นั้นมันมีมูลค่าและทำให้รู้สึกว่าอยู่เหนือกว่าคนคนนั้น เราจะทำอย่างไร? ลองคิดเล่นๆ กันดูนะคะ เพราะทางเลือกมันมีให้ลงหลายทางเลย จะเลือก “แบล็กเมล์แล้วขู่กรรโชกทรัพย์” แบบตัวละครในตอนนี้ก็ได้ แต่ก็คงไม่มีใครสามารถบังคับฝืนใจใครได้นานหรอกจริงมั้ยคะ แม้ว่าในครั้งแรกเขาอาจจะยอมจ่ายเพื่อปิดปากเพราะอยากให้เรื่องมันจบๆ ไป แต่ถ้ามีครั้งที่ 2, 3, 4 ตามมา เรื่องมันก็อาจจะไปถึงตำรวจในไม่ช้าก็เร็วอยู่ดี เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเลือกทางใดก็ตาม ทางที่ทำให้มีคนเดือดร้อนน้อยที่สุดย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าอย่างแน่นอน

สำหรับเล่มที่ 6 นี้ ตัวละครนามว่า “อนิรุจ” นักศึกษาแพทย์ผู้พ่วงด้วยตำแหน่งสมาชิกคนสุดท้ายของ “แก๊งก.ข.ค.” ทำผลงานได้ใจเราไปเต็มๆ เลย เพราะว่าน้องเขาเล่นลงไปช่วย “ผู้หมวดจตุรนต์” สืบคดีด้วยตัวเองเลย นี่นอกจากจะได้แสดงความสามารถที่ใช้ไปแค่น้อยนิดแล้ว ยังได้เห็นความ ปากจัด ของน้องเขาด้วย ขอบอกว้าแสบทรวงใช่เล่น แต่ละประโยคที่พูดนี่ทำเอาผู้หมวดเดียวกัดฟันหน้าดำหน้าแดงเลยล่ะ ในเล่มที่ผ่านๆ มา ปกติแล้วอนิรุจแค่ฟังเรื่องจากผู้หมวดเดียวหรือเกวลินเล่าให้ฟังก็สามารถรู้ตัวฆาตกรได้ทันทีว่าเป็นใคร แต่พอมาเล่มนี้มันไม่ใช่แบบนั้น เราเลยรู้สึกลุ้นตั้งแต่ต้นจนจบเลยว่าจะไขคดีได้มั้ย คนร้ายคือใคร จะจับตัวได้มั้ย แล้วจะไหวตัวทันหรือเปล่า คดีนี้มันไม่ธรรมดา! แต่ก็อย่างว่าแหละ ไม่มีคดีไหนที่ “แก๊งก.ข.ค.” จะไขไม่ได้ ขนาดตอนนี้ ที่มีคำว่า “ทางตัน” ออกจากปากของอนิรุจก็ตาม

ในตอนนี้เราชอบประโยคนึงของเจ๊ขบูรที่พูดกับครองขวัญในเล่มนี้มาก นั่นก็คือ “แต่คนส่วนใหญ่ก็มีความลับทั้งนั้นแหละขวัญ มีครกผูกขาคนละใบ สองใบทั้งนั้น” เป็นประโยคที่จริงจังและมีสาระที่สุดตั้งแต่เราเป็นแฟนคลับเจ๊มาเลย

ความสนุกยังมีต่อ อย่าลืมติดตามการรีวิว “สาวน้อยเกวลิน” ของเราในบทความต่อๆ ไปนะคะ

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุด…สาวน้อยเกวลิน…คลิ๊ก