สาวน้อยเกวลิน เล่ม 4 บักสีดา – อยู่ด้วยความจำใจเพราะความจำเป็น

สาวน้อยเกวลิน เล่ม 4 บักสีดา

(ตอน บักสีดา)

ผู้แต่ง อลินา

สำนักพิมพ์ ลูกองุ่น

พิมพ์ครั้งที่ 3/ มีนาคม 2556

จำนวนหน้า 146 หน้า

ราคา 120 บาท

คำโปรยหลังปก

แม้จะผ่านวัยเบญจเพสมานานจนนับปีไม่ถ้วน แต่คราวเคราะห์เพิ่งมาเยือนเจ๊ขบูร เจอข้อหาเป็นมือที่สามของครอบครัวคนอื่นไม่พอ ยังโดนข้อหาฆาตกรรมพ่วงท้ายเข้าไปอีก งานนี้เกวลินและสมาชิกที่เหลือของแก๊งต้องช่วยแก้ต่างให้เจ๊เต็มที่ เพราะนอกจากตัวขบูรแล้ว ไม่มีใครอยากให้เจ๊อยู่หลังมุ้งสายบัวสักคน!

 รีวิว…สาวน้อยเกวลิน เล่ม 4 บักสีดา 

หลังจากที่ห่างหายจาก “สาวน้อยเกวลิน” กันไปนานพอสมควร วันนี้เรากลับมารีวิวกันต่อแล้วนะคะ ข้อดีของหนังสือที่มีการเขียนแบบจบในเล่ม คืออ่านถึงเล่มไหนก็สามารถอ่านเล่มต่อๆ ไปได้เลย ไม่จำเป็นต้องกลับไปอ่านเล่มเดิมซ้ำก่อนจะกลับมาอ่านเล่มปัจจุบันเพื่อทวนความทรงจำ เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาร่วมมือกันสืบหาความจริงของคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นภายในเล่มที่ 4 นี้ไปพร้อมๆ กับ “แก๊ง ก.ข.ค.” กันต่อเลยนะคะ

ถ้าหากจะพูดถึง “ความจำเป็น” แล้ว ในชีวิตของคนเรานอกจากปัจจัย 4 ซึ่งก็คืออาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรครวมถึงเงินแล้ว ยังมีสิ่งใดที่เราสามารถเรียกมันว่าจำเป็นได้อีกบ้างคะ?

“เจ๊ขบูร” กลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม “ราศรี” เจ้าของร้านอาหาร “ราศรีอีสาน” โดยไม่รู้ตัว แม้ว่าเจ้าตัวจะยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ทำ แต่จากหลักฐานทั้งหมดในที่เกิดเหตุบ่งชี้ว่าเจ๊ขบูรคือ “ฆาตกร” ที่ลงมืออย่างแน่นอน เพราะอาวุธที่ใช้มีแต่รอยนิ้วมือของเจ๊ขบูร อีกทั้งก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องขึ้น เจ๊ขบูรและผู้ตายเคยมีเรื่องทะเลาะกันมาก่อน จนฝ่ายผู้ตายถึงขั้นลงมือไปพังร้านอินเตอร์เน็ตของเจ๊ขบูร เมื่อไม่สามารถตกลงกันได้และด้วยความโมโหเจ๊ขบูรจึงอาจจะพลั้งมือฆ่าผู้ตาย แต่ “เกวลิน” พร้อมทั้งสมาชิก “แก๊ง ก.ข.ค.” อย่าง “ครองขวัญ” และ “อนิรุจ” เชื่อว่าเสือถอยอย่างเจ๊ขบูรนั้นไม่มีทางที่จะฆ่าใครได้อย่างแน่นอน

โชคดีที่ผู้รับผิดชอบคดีนี้เป็นผู้ที่คุ้นหน้าคุ้นตาเกวลินและอยากจะเลื่อนสถานะเป็นน้าเขยของเธอเต็มทีอย่าง “ผู้หมวดบลูชีส” หรือ “ร.ต.ท. จตุรนต์” และเพราะเห็นแก่ “คุณน้านิดหน่อย” คุณน้าคนสวยของเกวลิน เขาจึงให้ความช่วยเหลือและช่วยสืบหาหลักฐานเป็นอย่างดี งานนี้ “แก๊ง ก.ข.ค.” จึงต้องร่วมมือกับทางตำรวจเพื่อช่วยกันสืบหาความจริงและช่วยไม่ให้เจ๊ขบูรต้องไปนอนในมุ้งสายบัวให้ได้!

สำหรับ “สาวน้อยเกวลิน” ในเล่มที่ 4 นี้ มีชื่อตอนว่า “บักสีดา” ชื่อของผลไม้ชนิดหนึ่งในภาษาอีสาน ที่ถ้าเราบอกเป็นชื่อเป็นภาษากลางไปแล้ว ทุกคนจะต้องร้อง อ๋อ กันออกมาอย่างแน่นอน เพราะเป็นผลไม้ที่เรารู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีทีเดียว เราเชื่อว่าหลายคนจะต้องมีผลไม้ชนิดนี้เป็นหนึ่งในผลไม้โปรดเลยล่ะ ใบ้ให้ว่าเป็นผลไม้ที่มีสีเขียวอ่อน รสชาติหวาน กรอบ นิยมทานทั้งเปลือกและอุดมไปด้วยกากใย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมหรือลดน้ำหนักด้วยนะคะ เพราะช่วยให้อยู่ท้องและอิ่มนาน เราคิดว่าหลายคนน่าจะเดากันได้แล้ว เพราะฉะนั้นเราเฉลยเลยดีกว่า คำว่า “บักสีดา” ในภาษากลางก็คือผลไม้ที่มีชื่อว่า “ฝรั่ง” นั่นเอง แล้วฝรั่งหรือบักสีดานี้จะมีความเกี่ยวข้องกับสาวน้อยเกวลินตอนนี้ยังไงน้า…

แอบกระซิบนิดนึงว่า “ฝรั่ง” ในตอนนี้มีความเกี่ยวข้องกับ “เจ๊ขบูร” เธอเต็มๆ แต่ไม่ใช่ว่าเจ๊จะหันมาทานฝรั่งเพื่อลดน้ำหนักอะไรแบบนั้นนะ เพราะฝรั่งที่เราหมายถึงในที่นี้ไม่ใช่ผลไม้ แต่ว่าเป็น “คน” คนที่มีชีวิต… คนที่หายใจเข้าเป็นออกซิเจนแล้วหายใจออกเป็นคาร์บอนไดออกไซต์เหมือนอย่างเราๆ นี่ล่ะ แถมยังเป็น “คนต่างชาติ” เสียด้วยสิ ว่าแต่ทำไมคนไทยเราถึงเรียกคนต่างชาติ ต่างภาษาว่า “ฝรั่ง” ? ตรงนี้อาจจะมีสาระกันนิดนึง อย่าพึ่งเบื่อแล้วกดปิดกันไปก่อนนะคะ คำว่า “ฝรั่ง” นั้น มีการสันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า “แฟรงค์ (Franks)” ซึ่งทับศัพท์มาจากชื่อประเทศฝรั่งเศสในภาษาฝรั่งเศส นั่นก็คือ “ฟรองเซ (Français)” โดยชาติแรกที่เริ่มใช้คำนี้น่าจะเป็นชาวอาหรับ เพราะเป็นชนชาติแรกๆ ที่มีการติดต่อค้าขายกับชาวยุโรปและส่วนมากมักจะใช้เรียกชาวยุโรปหรือชาวต่างชาติที่มีผิวขาวนั่นเอง

ผลลัพธ์ของการทำงานเป็นทีมก็คือแผนที่ได้มีการวางเอาไว้จะ “ประสบความสำเร็จ” อย่างงดงาม เหมือนกับการทำงานของ “แก๊ง ก.ข.ค.” ที่ประกอบไปด้วย “เกวลิน” สาวสายบู๊ “เจ๊ขบูร” สาวสายสนับสนุน “ครองขวัญ” ขวัญใจชาวแฟลต แถมพ่วงด้วยนักศึกษาแพทย์ผู้มีนิสัยแปลกประหลาด “อนิรุจ” และ “ผู้หมวดจตุรนต์” ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ จากการร่วมงานกันของแก๊ง ก.ข.ค. กับทางตำรวจมา 2-3 คดี ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างรู้นิสัยและความสามารถของกันและกันเป็นอย่างดี การทำงานจึงเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีใครขัดขาใครหรือขวางการทำงานของใคร งานนี้เจ๊ขบูรเลยรอดไป แต่เหมือนเจ๊เธอจะชอบการไปนอนในมุ้งสายบัวกับหนุ่มๆ ซะเหลือเกิน!

ในเล่มแรกๆ เราออกจะรู้สึกประหลาดใจในความสามารถของ “อนิรุจ” (สมาชิกพ่วงของแก๊ง) พอสมควร คนอะไรฉลาดเป็นกรดแถมยังสามารถปะติดปะต่อเรื่องได้ไว เดาได้หมดว่าใครคือคนร้าย เดาได้กระทั่งสาเหตุหรือแรงจูงใจในการลงมือ แม้เจ้าตัวเขาจะบอกว่าเดาแต่ก็พูดถูกทุกเรื่องเลยนะ ขนาดว่าผู้หมวดเดียวเขาลองเชิงมาหลายครั้ง ก็ยังไม่ผิดสักครั้ง เราเลยรู้สึกทึ่งกับอนิรุจมากว่ารู้ได้ยังไงกัน แต่พอยิ่งอ่านก็ยิ่งเข้าใจนะ นอกจากความฉลาด อนิรุจยังช่างสังเกตุ แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่คนอื่นมองข้ามและเห็นว่าไม่สำคัญ ตอนนี้เราไม่แปลกใจแล้วล่ะ ถ้าอนิรุจจะสามารถชี้ตัวคนร้ายได้ทันทีน่ะ!

ความสนุกยังมีต่อ อย่าลืมติดตามการรีวิว “สาวน้อยเกวลิน” ของเราในบทความต่อๆ ไปนะคะ

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุด…สาวน้อยเกวลิน…คลิ๊ก