สาวน้อยเกวลิน เล่ม 2 จากตายจากเป็น – อยากรู้อยากเห็นต่างกับสอดรู้สอดเห็นเพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปด

สาวน้อยเกวลิน เล่ม 2

(ตอน จากตายจากเป็น)

ผู้แต่ง อลินา

สำนักพิมพ์ ลูกองุ่น

พิมพ์ครั้งที่ 2 / กรกฎาคม 2555

จำนวนหน้า 138 หน้า

ราคา 120 บาท

คำโปรยปกหลัง

ตายอีกแล้ว!

ทำไมความตายมันช่างวนเวียนอยู่รอบๆ ตัวเกวลินหนอ

เมื่อรุ่นพี่มหาวิทยาลัยทิ้งตัวลงจากตึกสูงโดยไม่รู้สาเหตุ จากนั้นก็มีภาพคลิปหลุดของรุ่นพี่กับอาจารย์หนุ่มใหญ่ที่มีครอบครัวแล้ว ในมหาวิทยาลัยหลุดออกมา ตามด้วยการตายของผู้เกี่ยวข้อง ผู้หมวดจาตุรนต์ นายตำรวจหนุ่มจากคดีก่อนถึงกับออกปากขอให้แก๊ง ก.ข.ค. ช่วย ในฐานะพลเมืองดีหรือไม่ก็ด้วยความอยากรู้อยากเห็นส่วนตัว ทำให้เกวลินตกปากรับคำได้อย่างไม่ลังเลเลย

 รีวิว…สาวน้อยเกวลิน เล่ม 2 

มาถึงตอนที่สองของ “สาวน้อยเกวลิน” เล่มนี้มีชื่อตอนว่า “จากตายจากเป็น” การจากกันด้วยความตายกับการจากกันในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ในเล่มนี้เรารู้สึกเหมือนจะต้องหาคำตอบให้กับคำถามที่เกิดขึ้นระหว่างการอ่านของตัวเอง ที่ว่าระหว่างการลาจากกันด้วยความตายกับการลาจากกันในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่แบบใดที่จะทำให้รู้สึกเจ็บปวดมากกว่ากัน และตามเคยที่เล่มที่สองนี้จะมีความสั้น กระชับ ได้ใจความ เดาไม่ถูกเหมือนเดิมว่าใครคือฆาตกรตัวจริง สนุกจนวางไม่ลงหยุดไม่อยู่ตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย

ระหว่างที่ “เกวลิน” กำลังซ้อมร้องเพลงเชียร์งานกีฬาของมหาวิทยาลัยกับเพื่อนร่วมคณะอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น ในตอนแรกเกวลินยังนึกชมว่าคณะไหนที่ร้องเพลงเชียร์ได้ดังจนน่าประทับใจขนาดนี้ แต่เรื่องกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เกวลินคิด และมันร้ายแรงเกินกว่าที่จะมีใครคาดคิด “มีคนกระโดดตึก!” สิ้นเสียงคนที่เปิดประตูห้องเข้ามาตะโกนนั้น ทุกคนที่กำลังซ้อมร้องเพลงต่างก็หยุดชะงัก จากที่เคยอยู่ในความสงบเรียบร้อยก็แตกฮือกันไปคนละทิศคนละทาง ตัวเกวลินเองก็ไม่ต่างจากคนอื่นรีบวิ่งออกไปดูที่เกิดเหตุตามไทยมุงทันที การเสียชีวิตของ “ดวงพร” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ทำให้ “ผู้หมวดจาตุรนต์” ที่แม้ว่าจะไม่ใช่เจ้าของคดี แต่ก็รู้จักกับพ่อแม่ของผู้ตายเป็นการส่วนตัวจึงมาช่วยสืบคดี และในฐานะที่เป็นมหาวิทยาลัยที่เกวลินกำลังศึกษาอยู่ ผู้หมวดบลูชีสจึงขอให้เกวลินช่วยสืบคดี การกระโดดตึกของดวงพรนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นการตัดสินใจการฆ่าตัวตายของเจ้าตัวเอง แต่เกวลินกลับสังหรณ์บางอย่างและรู้สึกได้ว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรุ่นพี่นักศึกษาที่เสียชีวิตนั้นไม่ยอมพูดความจริง ทั้งหมวดจาตุรนต์และเกวลินต่างก็คิดว่าเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำแน่นอน

“ที่ไหนมีเกวลิน ที่นั่นจะต้องมีคดีฆาตกรรม” คล้ายกับสโลแกนที่เราเคยตั้งเล่นให้กับการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งที่มีทั้งแบบหนังสือการ์ตูนและเป็นแอนิเมชันถ่ายทอดทางโทรทัศน์ ซึ่งมีมาตั้งแต่เรายังอยู่สมัยประถม จนตอนนี้มีงานมีการทำ การ์ตูนเรื่องนี้ก็ยังคงมีการวาดออกมาให้แฟนการ์ตูนได้ตามอ่านตามดูกันอยู่เรื่อยๆ ถ้าบอกไปทุกคนต้องรู้จัก นั่นก็คือ “ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน” โดยตัวละครหลักของเรื่องนี้คือเด็กหนุ่มชื่อ “คุโด้ ชินอิจิ” ที่เป็นทั้งนักเรียนมัธยมปลายและนักสืบชื่อดัง ที่ไปแอบเห็นการเจรจาลับของกลุ่มชายชุดดำเข้าโดยบังเอิญ เมื่อคนในกลุ่มชายชุดดำรู้ คุโด้จึงโดนกรอกยาพิษที่ทำให้ตัวหดเล็กลงกลายเป็นเด็กประถม ทำให้คุโด้ต้องตามสืบให้ได้ว่าใครเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังองค์กรนี้ จึงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “เอโดงาวะ โคนัน” และเมื่อเขาเดินทางไปที่ไหนที่นั่นจะต้องเกิดคดีฆาตกรรมขึ้นทุกที่เช่นเดียวกับเกวลินนั่นเอง

การฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในตอน “จากตายจากเป็น” นั้น เรารู้สึกได้ว่ามันมีความซับซ้อนพอสมควรเลย เพราะความสัมพันธ์ของทุกตัวละครที่เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมนั้นชวนสับสนเหลือเกิน แล้วความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นนั้นก็ดันมีหลายแบบอีกต่างหาก ทั้งครอบครัว คนรักและเพื่อน เราชอบการผูกเรื่องของ “สาวน้อยเกวลิน” มากๆ มีความซับซ้อน ซ่อนเงื่อน น่าสงสัยไปหมดทุกเรื่อง ถึงขั้นเดาไปเรื่อยว่าใครกันแน่ที่เป็นฆาตกร แล้วพอเดาว่าเป็นใครก็จะพยายามหาเหตุผลมารองรับความสงสัยของตัวเอง ว่าทำไมคนที่เราคิดว่าเขาเป็นฆาตกร มีเหตุผลอะไรให้ต้องลงมือก่อเหตุฆาตกรรม แต่ก็ยังเดาผิดอยู่ดี สงสัยว่าคงต้องอ่านต่อไปเรื่อยๆ จะได้มีโอกาสเดาได้ถูกทางกับเขาบ้าง สิ่งที่ชอบมากที่สุด จริงๆ ต้องบอกว่าเป็นความชอบส่วนตัวเลยก็ได้ นั่นก็คือฆาตกรมักเป็นคนใกล้ตัว คนที่เราไว้ใจและเชื่อใจมากที่สุด จนเราก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าเขาจะลงมือกระทำการเหล่านั้นได้ “บางทีคนที่เราคิดว่าเราสนิทกับเขามากที่สุด เขาอาจจะคิดไม่เหมือนเราก็ได้”

เล่มนี้เรามีโอกาสได้เห็นฝีไม้ลายมือการสืบคดีของตัวละครหลักอย่าง “เกวลิน” หรือ “แก้ม” กันไปพอหอมปากหอมคอให้ชื่นใจ เล่มต่อๆ ไปเราน่าจะได้เห็นกันมากกว่านี้ นอกจากเกวลินก็ยังมี “ผู้หมวดจาตุรนต์” ที่นอกจากจะมาตามสืบคดีแล้วก็ยังคอยป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆ ตัวเกวลินเหมือนเดิม สงสัยว่าคู่นี้น่าจะมีอะไรในกอไผ่แน่นอน และถ้าจะไม่พูดถึงสมาชิก “แก๊ง ก.ข.ค.” คงจะไม่ได้ แม้ว่าเล่มนี้จะไม่ค่อยมีบทบาทเท่ากับเล่มแรก เพราะเหตุเกิดที่มหาวิทยาลัยของแก้ม แต่เราก็ยังคงประทับใจในความฉลาดและความสามารถของ “อนิรุจ” ไม่เปลี่ยน ส่วน “เจ๊ขบูร” เล่มที่แล้วจิกกัดได้ฮาขนาดไหน เล่มนี้ให้บวกเพิ่มเข้าไปอีกหนึ่งเท่าเลย เราชอบเจ๊ขบูรมาก ตรงที่เจ๊เป็นคนปากร้ายแต่ใจดี คอยห่วงใยคนอื่นเสมอ แม้ว่าบางทีจะขี้งอนและแอบไม่มีเหตุผลไปบ้างก็ตาม สมาชิกแก๊งคนสุดท้ายอย่าง “ครองขวัญ” ที่ตอนนี้ก็ยังไม่มีใครมาแทนที่ในตำแหน่งขวัญใจมหาชนชาวแฟลตยูงทองได้นั้น เล่มนี้เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งของตัวละครตัวนี้ที่นอกจากภายนอกจะสวยแล้วก็ยังมีความคิดอ่านที่เป็นผู้ใหญ่อีกด้วย

เราเชื่อว่าในเล่มต่อๆ ไป น่าจะได้เห็นบทบาทของทุกตัวละครกันมากขึ้น เพราะ หนังสือชุดนี้มีถึง 8 เล่ม เพราะฉะนั้นเล่มนี้น่าจะเรียกว่าเป็นเล่มที่เรียกน้ำย่อยของคนอ่านได้ดีเลยทีเดียว

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุด…สาวน้อยเกวลิน…คลิ๊ก