วิวาห์สุดพริ้ง – กลไกการป้องกันตัวเองจากความเจ็บปวดของความรัก

วิวาห์สุดพริ้ง

(ชุด Home Sweet Home… หวานใจในเรือนรัก)

ผู้แต่ง อัญชรีย์

สำนักพิมพ์ แจ่มใส

จำนวนหน้า 489 หน้า

ราคา 339 บาท

คำโปรยหลังปก

‘เกลียดอย่างไรได้อย่างนั้น’ คำคำนี้ ‘เพชรพริ้ง’ ไม่เคยตระหนักมาก่อน… ว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเอง! ในเมื่อยามนี้เรื่องร้อนได้เข้ามาประชิด พาให้เธอต้องหาแฟนปลอมๆ ไปให้ที่บ้านดูตัวอย่างด่วนจี๋ แต่จะให้เจ้าแม่คานทองอย่างเธอไปหาผู้ชายที่ไหนมาอุปโลกน์ว่าเป็นคู่รักกันล่ะ แต่แล้วเรื่องที่ร้อนกว่า ฮอตกว่าก็เข้ามาปะทะ ในเมื่อสุดท้ายเธอดันได้คู่ปรับเก่าอย่าง ‘นริศ’ ผู้ชายสูงยาวเอวดีมีอนาคอนด้า (ฉายา) มาให้ที่บ้านดูตัวจนได้ นับจากนั้นความเร่าร้อนก็บังเกิดเมื่อหนุ่มหล่อไฮโซจอมเสเพลดันไม่ได้มาเล่นๆ แต่กลับมาเอาจริงให้หัวใจของเธอว้าวุ่นสันสนจนเธอแทบจะทนแข็งใจไม่ไหว แล้วจะให้ทำอย่างไร ในเมื่อสาวสวยขี้อ่อยอย่างเธอแสนจะ

เกลียดๆๆ เกลียดผู้ชายไร้พันธะแต่มีสาวๆ เยอะแยะหลายโหลอย่างเขาที่สุด และมันก็ทำให้เธอหวั่นใจว่าสุดท้ายความร้อนแรงของเขา จะเผาคานทองของเธอให้มอดไหม้เป็นจุณ

 รีวิว…วิวาห์สุดพริ้ง 

ตอนนี้เราก็รีวิวมาถึงเล่มที่สี่ ของนิยายชุด “Home Sweet Home… หวานใจในเรือนรัก” กันแล้วนะคะ เรามาไล่ลำดับหนังสือของนิยายชุดนี้ที่เราอ่านมาแล้วกันนิดนึงเนอะ เผื่อว่ามีใครที่อาจจะลืมหรืออ่านข้ามไปแล้ว เริ่มต้นด้วย “แสนรสรัก” ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างแสนสรัลกับบุรัสกร ต่อด้วย “ภักดิ์กามเทพ” เรื่องของธาวินกับศรีอาภา ตามด้วย “เสพเสน่หา” เรื่องของรดิศกับโมลี และเล่มที่สี่นี้มีชื่อว่า “วิวาห์สุดพริ้ง” พอเล่นจั่วหัวเรื่องกันมาขนาดนี้ ไม่ต้องใช้สกิลการเดาเราก็เดาได้ทันทีว่าเรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องราวความรักของ “เพชรพริ้ง” กับคู่กัดอย่าง “นริศ” แน่นอน แล้วคำตอบก็ถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์ ส่วนเล่มที่ห้าที่กำลังจะตามมาก็คือเรื่อง “อิงแอบตะวัน” ถ้าหนังสือออกเมื่อไหร่เราคงได้จับจองมารีวิวกันค่ะ

หลังจากมีเรื่องกันที่ม่อนกะยอมคราวก่อน “เพชรพริ้ง” มีความรู้สึกว่า “นริศ” ทำตัวเปลี่ยนไปจากเดิม เรื่องจ้องหาเรื่องน่ะเหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือเธอเจอนริศบ่อยขึ้นและเขาตามวอแวเธอตลอด ไหนจะสายตาของเขาที่มองมาแล้วทำให้เธอใจสั่นอีก เหมือนว่าเขาจะตามจีบเธออย่างไรอย่างนั้น แม้แต่เพื่อนและคนรอบตัวยังมองออก ว่านริศกำลังคิดจะเป็นมากกว่าเพื่อนของเธอ แม้เพชรพริ้งจะรู้ตัวดีว่าตัวเองอยากอยู่ใกล้นริศและชอบเขามากแค่ไหน แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ ไหนจะสาวๆ รอบตัวเขามากมาย ไหนจะประสบการณ์ด้านความรักที่ไม่เคยประสบความสำเร็จของครอบครัวเธออีก ทำให้เพชรพริ้งพยายามที่จะไม่เข้าใกล้เขาหรือรู้สึกกับเขาเกินกว่าคนรู้จัก แม้ว่านริศจะพยายามตามตื๊อหรือหาเรื่องมาเจอเธอบ่อยแค่ไหน แต่เพชรพริ้งก็คอยหลบเลี่ยงและบอกกับตัวเองตลอดเวลา ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเขามีจุดประสงค์บางอย่างที่ไม่มีทางเกี่ยวข้องกับเธออย่างแน่นอน แต่เหมือนว่าการกระทำของนริศแต่ละอย่างล้วนสร้างความรู้สึกดีๆ ให้กับเพชรพริ้งอย่างมาก ระหว่างนั้นครอบครัวทางฝั่งแม่ของเพชรพริ้งต้องการให้เพชรพริ้งแต่งงานและรีบมีทายาท เพราะมรดก แต่คนที่ตั้งใจจะยึดคานเป็นที่มั่นอย่างเพชรพริ้งจะไปหาแฟนจากที่ไหน เมื่อไม่มีทางเลือกและนริศยินดียื่นมือเข้ามาช่วยอย่างเต็มที่เธอกับเขาจึงร่วมมือกันหลอกที่บ้านของเพชรพริ้ง แต่ดูเหมือนว่าการหลอกครั้งนี้จะไม่ได้หลอกกันเล่นๆ ซะแล้ว

เรื่องนี้ให้ความรู้สึกเหมือนกับเรื่อง “เสพเสน่หา” เพราะนางเอกมีปมเรื่องความรักภายในครอบครัวเหมือนกัน แต่มีการแสดงออกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน อย่าง “โมลี” จะเป็นแนวโหยหาต้องการความรักมาเติมเต็มในส่วนที่ขาดหาย แต่กับ “เพชรพริ้ง” จะออกแนวเข็ดขยาดความรักจนต้องผลักไสทุกคนที่พยายามจะเข้ามาเติมเต็มให้หายไปซะมากกว่า เพราะฉะนั้นเราเลยได้เห็น “จุดขัดแย้ง” ทางอารมณ์และความรู้สึกของนางเอกเรื่องนี้เต็มไปหมด จะว่าง่ายๆ ว่า “ปากอย่างใจอย่าง” หรือ “ปากไม่ตรงกับใจ” ก็คงจะได้ ซึ่งจุดขัดแย้งตรงนี้ทำให้เรามองเห็นมิติของตัวละคร ให้ความรู้สึกถึงความเป็นมนุษย์ที่มีตัวตนจริงๆ มีความเป็นสีเทา ไม่ใช่เพียงแค่การสมมติขึ้น ที่เราจะเห็นเป็นสีขาวและสีดำ จะดีก็ดีสุดหรือจะเลวก็เลวสุดอะไรแบบนั้น

เมื่อ “คนผลัก” พยายามที่จะผลัก “คนโดนผลัก” ออกจากชีวิต ทั้งที่ต่างฝ่ายต่างก็รู้ดีว่าลึกๆ ในใจต่างก็มีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน ทั้งคนผลักและคนโดนผลักก็คงจะเสียใจไม่ต่างกัน เพราะไม่ใช่ว่า “ไม่รัก” แต่เพราะ “รักมาก” ต่างหากมากจนยอมทำอะไรก็ได้เพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจแม้ว่าตัวเองจะเป็นคนที่ต้องเจ็บปวด สำหรับ “เพชรพริ้ง” เราจะเปรียบเทียบเป็นเหมือน “คนผลัก” ซึ่งเราเข้าใจความกลัวของเพชรพริ้งนะ เพราะตั้งแต่เด็กจนโตก็เห็นมาตลอดว่าความสัมพันธ์ของพ่อและแม่นั้นล้มเหลวแค่ไหน แล้วไม่ใช่เพียงแค่คนเป็นแม่นะ แต่ทั้งยายทั้งป้า ก็ไม่ประสบความสำเร็จในความรักเหมือนกัน เราจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเพชรพริ้งถึงกลัวการเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบคนรัก เราให้ “นริศ” เป็นตัวแทนของ “คนโดนผลัก” ที่ถึงจะโดนกระทำแต่นริศก็ยอมรับสถานะที่ฝ่ายหญิงเขาหยิบยื่นให้ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นคนรัก แต่แค่ให้อีกฝ่ายได้เห็นเขาอยู่ในสายตาก็พอ คนที่ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการมาตลอดสามสิบปี มันคงเป็นเรื่องยากมากหากจะต้องทำอะไรเพื่อใครสักคน การพยายามเปลี่ยนตัวเองของนริศจึงเป็นสิ่งที่เรารู้สึกชื่นชมมาก

ทำไมเรื่องนี้ถึงดราม่าได้ขนาดนี้ ขัดกับภาพลักษณ์ของตัวละครและสิ่งที่เราจินตนาการเอาไว้แทบทั้งหมด จากที่เพชรพริ้งเคยเป็นตัวประกอบผู้สร้างสีสันและแย่งซีนตัวละครหลักมาตั้งแต่เล่มแรกของนิยายชุดนี้ พอมาถึงเล่มของตัวเองเหมือนมันพลิกไปเลย มันเศร้าและดราม่ามากแม้ว่าจะยังมีเรื่องจิกกัดที่ยังคงฮาอยู่ก็ตาม ก็เลยพยายามที่จะเข้าใจในตัวตนของนางนะว่าในตอนนี้นางคิดอะไรยังไง เหนื่อยแทนนางจริงๆ แล้วพระเอกผู้แสนดีอย่างนริศที่เหมือนจะเป็นคนไม่คิดมาก ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย แต่จริงๆ แล้ว มันเหมือนภาพที่สร้างให้คนอื่นเห็นมากกว่า จริงๆ แล้วต้องบอกว่าพระ-นางเรื่องนี้มีความคิดมากพอกันเลย แม้ว่านริศจะเป็นหนุ่มเจ้าชู้แต่ความฮอตยังไม่เท่าพี่เรนแฮะ อยากเห็นความหวาน ความฮอตปรอทแตกของคู่นี้มากกว่านี้

คนปกติอย่างเราไม่สามารถที่จะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าหรือย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้ หากมีใครสักคนที่มีอดีตในแบบที่เราไม่พึงปรารถนา แต่วันนี้เขาเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อเราด้วยความจริงใจ เราจะสามารถให้โอกาสแก้ตัวแก่เขาคนนั้นได้หรือไม่

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุด…Home Sweet Home…คลิ๊ก