รอยรักในลางร้าย – ความอิจฉาริษยาไม่เคยก่อประโยชน์ให้ใคร

รอยรักในลางร้าย

ความรู้สึกดี… ที่เรียกว่ารัก

ผู้แต่ง Tiara

สำนักพิมพ์ แจ่มใส

พิมพ์ครั้งที่ 2 / ธันวาคม 2556

จำนวนหน้า 210 หน้า

ราคา 149 บาท

คำโปรยหลังปก

ความอิจฉาริษยาคือจุดกำเนิดของเรื่องราวร้ายๆ ทว่าขณะเดียวกันก็กลับกลายเป็นบ่อเกิดแห่งรัก!

ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นไปกว่าการที่ ‘มนันยา’ จะได้ไปใช้ทุนในจังหวัดห่างไกลอีกแล้ว การที่สาวน้อยของบ้านต้องไปเป็นคุณหมออยู่ไกลสายตาพ่อแม่และพี่ชายนี่มันช่างเป็นเรื่องน่าสนุก มนันยาแทบจะทนรอให้ถึงวันนั้นไม่ไหว

และเมื่อได้แพ็กกระเป๋าเดินทางไปใช้ชีวิตในดินแดนที่เงียบสงบแห่งนั้น หมอแต้มผู้เป็นที่รักของชาวบ้านก็พบว่าพื้นที่แห่งนี้ช่างน่ารักน่าอยู่เสียนี่กระไร ทว่าท่ามกลางความรื่นรมย์นั้น ไม่นานเธอกลับพบว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง… เพียงแต่ยังนึกไม่ออกว่ามันคือเรื่องอะไร ร้ายแรงแค่ไหน!

หนำซ้ำตอนที่เธอกำลังตามหาความจริง คู่พี่น้องอย่าง ‘เหมราช’ และ ‘ภัทวี’ ลูกชายกำนันก็ยังมาคอยเทียวไล้เทียวขื่ออยู่เนืองๆ สองหนุ่มต่างบุคลิกทำให้หัวใจเธอเต้นจังหวะแปลกๆ แต่การสืบเรื่องที่สงสัยและเรื่องราวของหัวใจยังไม่ทันคืบหน้าอย่างที่ใจต้องการ… เธอก็ถูกจับไปขังไว้ในโรงนาร้างด้วยฝีมือของใครบางคนเสียก่อน… ใครบางคนที่มีจิตริษยา ใครบางคนที่อาจทำให้เธอไม่มีโอกาสกลับไปเป็นหมอแต้มของทุกๆ คน ใครบางคนที่อาจปลิดชีวิตของเธอได้ทุกนาที!

 รีวิว…รอยรักในลางร้าย 

น่าจะมีหลายคนที่รู้จักกับ “ร.ต.ท.อติกันต์” จากเรื่อง “สายลับพรางรัก” กันไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็น่าจะรู้จักกับน้องสาวจอมยุ่งของคุณเต้นั่นก็คือ “แต้ม” หรือ “มนันยา” ในตอนนั้นเราคงจำกันได้ว่าน้องแต้ม เขาเป็นนักศึกษาแพทย์อยู่แต่มาตอนนี้จากนักศึกษาแพทย์ได้กลายเป็นแพทย์เต็มตัวและกำลังจะไปเพื่อใช้ทุนหลวงแล้วด้วย เราคงเรียกได้เต็มปากเต็มคำว่า “หมอแต้ม” แล้วล่ะเนอะ นอกจากจะได้เป็นหมอแต้มแล้วยังได้รับตำแหน่งนางเอกของเรื่องที่เรากำลังจะพูดถึง นั่นก็คือ “รอยรักในลางร้าย” อีกด้วย จากเรื่องราวคดีในเล่มของคุณเต้ เราก็ว่าไม่ธรรมดาแล้ว มาเล่มของหมอแต้มนี่ก็ไม่น้อยหน้าพี่ชายเขาเลยล่ะ

“มนันยา” หรือ “หมอแต้ม” น้องสาวคนเล็กของบ้านอุตรเดช ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะไปใช้ทุนหลวงที่เล่าเรียนแพทย์มาในโรงพยาบาลประจำตำบลแห่งหนี่งในจังหวัดน่าน ที่นี่หมอแต้มได้เจอกับลูกชาย “กำนันสาย” ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น 2 คน คือ “เหมราช” และ “ภัทวี” คนโตท่าทางสุภาพ เรียบร้อย ดูเอาการเอางาน ส่วนคนน้องจากที่ได้ฟังผู้ช่วยพยาบาลที่สนิทกันบอกเล่าก็พอจะสรุปได้ว่าน่าจะเป็น “ตัวป่วน” ประจำตำบล แต่เรื่องราวกลับตาลปัตร เพราะหลังจากที่ได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น เหมราชผู้เป็นพี่ชายกลับมีท่าทางคุกคามทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ จนหมอแต้มรู้สึกไม่สบายใจและไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วย แถมภัทวีผู้เป็นน้องชายของก็เตือนให้อยู่ห่างจากพี่ชายของตนอีก เพราะเรื่องราวในอดีตบางอย่างของเหมราชที่ทำให้เขาไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ เขาเลยเป็นห่วงว่าหมอแต้มจะเป็นอันตรายนั่นเอง จนกระทั่งทั้งภัทวีและหมอแต้มหายตัวไปพร้อมกันอย่างไร้ร่องรอย ผอ.โรงพยาบาลจึงต้องโทรแจ้งอติกันต์ถึงการหายตัวไปของน้องสาว ทั้งอติกันต์ สรัลชนา พ่วงด้วยรัสสิยาและศตายุจึงต้องเดินทางมาสืบหาความจริงว่าหมอแต้มหายตัวไปได้อย่างไรและยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

จริงๆ แล้ว ตอนที่เราได้อ่านคำโปรยปกหลังของ “รอยรักในลางร้าย” ครั้งแรก เราไม่มีความสนใจในหนังสือเล่มนี้เลย เพราะคิดว่าน่าจะไม่ตรงกับความชอบ หนำซ้ำย้งดูเหมือนจะเป็นรักสามเศร้าเราสามคนอีก ตัดสินจากการอ่านแค่คำโปรยปกหลังจริงๆ และแล้วในที่สุดก็รู้ตัวว่าพลาดไปอย่างไม่น่าให้อภัยตัวเอง พึ่งเข้าใจคำว่า “ไม่ควรตัดสินเนื้อหาจากปก” ก็ตอนนี้เอง ด้วยความที่ตอนนั้นเรายังไม่รู้จักคุณเต้ เลยมองข้ามหนังสือดีๆ เล่มหนึ่งไป พอได้รู้จักกับตัวละครทุกตัวที่มีส่วนเกี่ยวข้องในหนังสือเล่มนี้และเล่มก่อนหน้านี้ที่ทุกตัวละครมีความสัมพันธ์ต่อกันก็ยิ่งชอบเข้าไปอีก จริงๆ แล้วเป็นความชอบส่วนตัวอย่างหนึ่งด้วย ที่เรามักจะชอบอ่านหนังสือนิยายที่มีตัวละครที่แยกย่อยไปมีเล่มของตัวเอง เหมือนกับทุกตัวละครนั้นมีตัวตนจริงๆ และเราได้ทำความรู้จักกับทุกคนด้วยนั่นเอง ซึ่งหลังจากที่เราได้อ่านหนังสือเล่มนี้ไปไม่กี่หน้าเราก็วางไม่ลงเลย

คงจะไม่มีคำไหนจะจำกัดความสิ่งที่หมอแต้มกับภัทวีในหนังสือเล่มแยกของตัวเองเล่มนี้ ได้ดีไปกว่า “บังเอิญโชคร้าย” และเรื่องนี้ไม่ใช่ “คดี” แล้ว เพราะหมอแต้มของเราไม่ได้ไปตามสืบหรือช่วยสืบคดีอะไร แต่ต้องมาเจอจังกับ “เหมราช” ฆาตกรโรคจิตที่มากับความสุภาพและดูอ่อนโยน จากโรคสองบุคลิกที่สามารถซ่อนตัวตนอีกตัวตนหนึ่งได้อย่างแนบเนียนโดยที่ไม่มีใครรู้ หนำซ้ำความโหดร้ายต่างๆ ที่เคยทำ ก็มีพระเอกของเรามารับหน้าที่เป็นคนเลวให้อีก คือพูดง่ายๆ ก็โยนความผิดให้น้องชายนั่นแหละ แต่ว่าความโหดร้ายที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าตัวเขาอยากจะเป็นหรอก คือคงไม่มีใครที่อยากจะเป็นคน “ไม่ดี” ถ้าจิตใจของเขาเข้มแข็งพอ จะว่าชีวิตเขาน่าสงสารก็คงได้ จากความอิจฉาของผู้ที่เขาเรียกว่า “แม่” ที่อยากจะเอาชนะผู้หญิงที่เป็นคู่แข่งโดยการเก็บเขามาเลี้ยง หนำซ้ำคนเป็น “พ่อ” ก็เลี้ยงเขาด้วยการทุบตี สอนให้เขาล่าสัตว์ ใช้ความรุนแรงสั่งสอน จนในที่สุดเขาก็กลายเป็นคนอีกคนที่ไม่สามารถห้ามตัวเองไม่ให้ “รู้สึกดี” กับการฆ่าคนได้ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าสถาบันครอบครัวคือสถาบันที่สำคัญที่สุด ลูก หลานเราจะเป็นยังไงก็ด้วยการเลี้ยงดูและการอบรมสั่งสอนของเรา

ความรักที่มาพร้อมกับเหตุการณ์ร้ายๆ ของหมอแต้มและภัทวีอาจจะไม่ได้หวาน แต่ก็ลึกซึ้งมากจริงๆ ชีวิตที่อยู่ระหว่างความเป็นกับความตายเป็นเหมือนตัวขับดันให้เราทำอะไรก็ได้เพื่อคนที่เรารัก อย่างที่ภัทวีบอกหมอแต้มว่าเขาพร้อมจะทำทุกอย่างให้รอดออกไปให้ได้ แม้ว่าหมอแต้มจะรอดออกไปคนเดียวเขาก็จะทำ มันเป็นความเสียสละที่ยิ่งใหญ่มากนะ แล้วยิ่งหมอแต้มมีความรู้สึกดีๆ กับพระเอกเขาอยู่แล้วด้วย พอมาพูดแบบนี้จะให้ตกหลุมรักก็คงไม่ยากเลย ถ้าเราเป็นหมอแต้มเราก็คงรักผู้ชายคนนี้เหมือนกัน คิดว่าภัทวีน่าจะชอบหมอแต้มตั้งแต่ที่ได้สบตากับนางเอกเขาครั้งแรกแล้วล่ะ แล้วยิ่งพอเจอกันบ่อยก็กลายเป็นตามจีบเขาไปโดยปริยาย ต่อให้เกิดอะไรกับไร่ของตัวเองก็ยังตามไปช่วยหมอแต้มจนต้องบาดเจ็บอีก จริงๆ เราอยากให้นิยายเล่มนี้หนากว่านี้อีกสักหน่อย พอเรื่องทุกอย่างคลี่คลายคนร้ายโดนจับ ตัดมาที่ความรักของพระ-นางนิดนึง อ่าวจบแล้ว ตัดจบไวไปนิดถึงแม้ว่าจะลงเอยในแนวทางที่แฮปปี้ก็เถอะ

เหมือนว่า “รอยรักในลางร้าย” ของคุณภัทกับหมอแต้ม น่าจะเป็นเล่มสุดท้ายของตัวละครชุดนี้แล้ว และเราคงต้องบอกลากันจริงๆ แล้วสินะ ตั้งแต่เรื่อง “คลี่ปมร้าย คลายปมรัก” ของท่านรองกับธาริณี และต่อที่ “ไขคดีซ้อน ซ่อนเงารัก” ของพ.ต.ต.อัครพลกับร.ต.ท.หญิงวิชิตา ที่ได้รับการเลื่อนยศแล้วด้วย จนมาถึงนิยายชุด “สืบซ่อนรัก” ของเจ้าหน้าที่พิเศษรัสสิยากับศตายุ ที่มีถึง 4 เล่ม ต่อด้วยเรื่อง “สายลับพรางรัก” ของร.ต.ท.อติกันต์กับสรัลชนา และจบด้วย “รอยรักในลางร้าย” ของภัทวีกับหมอแต้ม ต้องขอบคุณคุณ Tiara ผู้เขียนหนังสือที่ได้กล่าวทั้งหมด การปิดงานด้วยหนังสือเล่มนี้ เป็นเหมือนกับการเติมเต็มทุกความรู้สึกจริงๆ