ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ ตอน อยากได้ ใคร่มี – ความสามารถอันน่าเหลือเชื่อของความโลภ

ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ ตอน อยากได้ ใคร่มี

ผู้แต่ง อลินา

สำนักพิมพ์ ลูกองุ่น

พิมพ์ครั้งที่ 1 / กันยายน 2556

จำนวนหน้า 235 หน้า

ราคา 180 บาท

คำโปรยปกหลัง

นิทธันต์เริ่มยิ้ม ก่อนทำเสียงเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

“เออ ผมบอกพี่หรือยังว่าลุงฌานพ่อยายนิดมองเห็นอนาคตได้”

“มีคนเห็นอนาคตได้ถมไป เขาเรียกว่าลางสังหรณ์ เป็นเรื่องคลื่นแม่เหล็ก ไฟฟ้าในสมองทำงานไม่ปกติอย่างหนึ่ง” เสียงปลายสายเหมือนไม่ใส่ใจ

“น้องผมคนหนึ่งรู้ว่าใครป่วยใครไม่ป่วย แค่ได้กลิ่นลมหายใจอีกฝ่าย” ชายหนุ่มแย็บต่อ

“น้องนายจมูกดี คงได้กลิ่นสารเคมีในร่างกายมนุษย์ที่เปลี่ยนเพราะโรคภัยไข้เจ็บ” จักรว่า แต่ได้ยินเหมือนเสียงเขากัดฟันกรอดๆ อยู่ใกล้ๆ

“น้องผมอีกคนคุยกับสัตว์ได้” นิทธันต์ปล่อยหมัดเด็ด โดยทำเป็นแกล้งลืมไปว่าอริสานั้นเคยคุยกับสัตว์ได้ตอนเด็กๆ เท่านั้น โตขึ้นพวกหมาแมวกระรอกกระแตก็ไม่ยอมคุยกับหล่อนอีก เล่นเอาน้องสาวคนเล็กของเขาร้องไห้เสียใจอยู่เป็นเดือน

“ฉันต้องวางแล้ว” สารวัตรจักรตัดบททันที

“เดี๋ยวสิครับ ผมยังไม่ได้เล่าถึงสมาชิกชมรมอีกคนเลย นายใหม่… คนนี้เด็ดสุด”

“เอาไว้เล่าทีหลัง ฉันต้องวางจริงๆ แล้ว จู่ๆ ก็ปวดหัวขึ้นมาไม่รู้ทำไม เย็นนี้เจอกันที่วัดสักหกโมงเย็นนะ จะได้ประกาศเรื่องผลพิสูจน์หลักฐานพร้อมหน้าพร้อมตา ดูว่าใครมีพิรุธบ้าง”

“คร้าบผม” ชายหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อวางสาย

พี่จักรเอ๋ยพี่จักร เสร็จเขาละทีนี้!

ชมรมคมมีสัมผัสพิเศษแห่งประเทศไทย

พนิตพร ญาติสนิทของชมรมคนมีสัมผัมพิเศษถูกฆาตกรรมพร้อมสามี ก่อนคนร้ายซึ่งก็คือลูกเลี้ยงสติแตกของหญิงสาวจะจบชีวิตตัวเองตามพ่อและแม่เลี้ยงไป คดีดูง่ายดาย คนร้ายก็ตายไปแล้ว แรงจูงใจเห็นได้ชัด ไม่น่าจะมีอะไรซับซ้อน แต่ในงานศพของตัวเองคนร้ายกลับออกมาโวยวายว่า

“ไม่ได้ทำ”

นิทธันต์จะวางเฉยก็ใช่ที่ ต้องจำใจร่วมมือกับ “มือปราบผีกระเจิง” คู่ปรับเก่าเพื่อสืบหาความจริงในการตายของคนทั้งสาม

งานนี้ระหว่าง ‘ผีบอก’ กับ ‘ผีกระเจิง’ ใครจะอยู่ใครจะไปคงได้รู้กัน

 รีวิวชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ ตอน อยากได้ ใคร่มี 

วันนี้เป็นวันที่มีอากาศดีมากๆ ในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเลยนะคะ หลังจากที่มีฝนตกติดต่อกันมาหลายวัน หลายคืน เหมือนอย่างที่เขาบอกกันว่า “ฟ้าหลังฝนมักจะสดใสเสมอ” นั้น เป็นเรื่องที่ไม่ผิดไปจากความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว และสำหรับวันที่อากาศดีๆ แบบนี้จึงเป็น โอกาสอันดี ที่เราจะมารีวิวหนังสือชุด “ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ” กันต่อเลย ซึ่งเล่มที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้นั้นเป็นเล่มที่ 2 ของชุด โดยมีชื่อตอนว่า “อยากได้ ใคร่มี” แค่อ่านชื่อตอนก็รู้เลยว่าเราจะได้เจอกับอะไร แต่…จะได้เจอแบบไหนนี่สิ น่าคิด!

งานศพของ “พนิตพร” หรือ “พี่ป้อม” ญาติสนิทของสมาชิกครอบครัวชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ ถูกฆาตกรรมพร้อม “ธนา” ผู้เป็นสามี โดยฝีมือของ “อภิวัฒน์” ลูกชายแท้ๆ ของธนาและเป็นลูกเลี้ยงของพนิตพรเอง ตอนแรกที่ “นิทธันต์” ได้ยินข่าวนี้ก่อนจะเดินทางไปงานศพนั้น เขาค่อนข้างจะตกใจ เพราะ เคย เจอกับสมาชิกครอบครัวของพนิตพรมาก่อน ตามงานเลี้ยงรวมญาติบ้าง งานสังสรรค์วันครบรอบวันเกิดบ้าง เขาจึงไม่ค่อยจะเชื่อสักเท่าไหร่ว่าผู้เป็นลูกชายจะลงมือฆ่าพ่อกับแม่เลี้ยงของตนได้ ยิ่งพอได้ไปร่วมงานศพแล้วเจ้าตัวเขามาโวยวายใส่ว่า ‘ไม่ได้ทำ’ เขาก็ยิ่งมั่นใจในความคิดของตัวเองมากขึ้น จริงอยู่ว่าเรื่อง ‘มรดกมหาศาล’ มันไม่เข้าใครออกใคร แต่คดีมันก็ดูจบง่ายเกินไปอีกทั้งแรงจูงใจก็ดูชัดเจนเกินไป แต่ ใคร ล่ะที่เป็นคนลงมือและวางแผนการทั้งหมด!? ใคร ล่ะที่จะได้ผลประโยชน์จากเรื่องนี้มากที่สุด!?

เมื่อทุกคนในชมรมคนมีสัมผัสพิเศษรู้เรื่องที่ “อภิวัฒน์” มาบอกกับ “นิทธันต์” ในงานศพว่าไม่ได้เป็นคนทำ ทั้ง “นิชฌาน” ผู้เป็นลุง และ “ไนยชน” พ่อของเขา จึงอยากให้เขาช่วยกู้ชื่อเสียงให้กับ “อภิวัฒน์” และช่วยให้ “พนิตพร” กับ “ธนา” ผู้เป็นสามีได้จากไปอย่างสงบและญาติสนิทของครอบครัวจะต้องไม่ตายฟรี ต้องนำตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ เขาจึงต้องร่วมมือกับ “สารวัตรจักร” หรือฉายา “มือปราบผีกระเจิง” คู่ปรับเก่าตอนที่ยังรับราชการตำรวจของเขาสืบหาความจริงของเรื่องที่เกิดขึ้น

สำหรับคดี ฆาตกรรม ที่เกิดขึ้นในเล่มนี้นั้น จะมีความซับซ้อนมากขึ้น หลอกเราไปหลอกเรามาตลอด (หมายถึงคนนะที่หลอก ไม่ใช่…) พออ่านถึงหน้าที่เนื้อหามาถึงจุดที่ใกล้จะจบแล้ว ปรากฎว่าเรื่องมันดูมีอะไร มากกว่า นั้น แล้วมันก็เป็นแบบที่คิดจริงๆ พลิกไปพลิกมา ลุ้น ยิ่งกว่าตอนประกาศรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาลเสียอีก และด้วยความซับซ้อนของเนื้อเรื่องนี่แหละ ที่ทำให้เราได้เห็นความสามารถของ “นิทธันต์” กันอย่างเต็มที่ นอกจากพี่เขาจะสามารถเห็นวิญญาณแล้วสื่อสารกับพวกเขาเหล่านั้นได้แล้ว ยังฉลาด เข้าใจเรื่องได้ไว สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แค่นั้นยังไม่พอพี่พระเอกของเรายัง จิตใจดี แถมยัง อ่อนโยน เข้าใจโลก เข้าใจคนอีก นี่เราจะไปหาพระเอกแบบนี้ได้จากที่ไหนอีกคะ

อ่านไปอ่านมาเรายิ่งรู้สึกรักตัวละครใน “ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ” มากขึ้นทุกที โดยเฉพาะสมาชิกรุ่นใหญ่ของชมรม

– เริ่มตั้งแต่ “นิชฌาน” พี่ชายคนโตของครอบครัว สามารถมองเห็นอนาคตได้ เวลาที่ตัวละครตัวนี้พูดอะไรบางอย่างขึ้นมา จะเต็มไปด้วยเหตุและผลของคนที่เข้าใจโลก ทำให้เรารู้สึกว่านี่แหละตัวแทนของญาติผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือล่ะ

– คนต่อมาคือ “ไนยชน” พี่ชายคนรองของครอบครัวและเป็นพ่อของนิทธันต์ เป็นผู้ที่มีพลังจิต รักความถูกต้องและชอบช่วยเหลือคน ความรู้สึกของเราที่มีต่อตัวละครตัวนี้คือนับถือเหมือนกับคุณลุงฌาน

– และคนสุดท้ายคือ “ธีรัตม์” น้องชายคนสุดท้องหรือที่ทุกคนต่างเรียกว่าอาธี มีความสามารถพิเศษคือสามารถพยากรณ์อากาศได้และเขามักจะให้สิ่งของบางอย่างแก่ใครก็ตามที่ต้องการใช้โดยไม่รู้ตัว คล้ายกับรู้ว่าคนคนนั้นกำลังจะเจอเหตุการณ์อะไรในอนาคต

แอบกลัวว่าถ้าแนะนำสมาชิกของ “ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ” จนครบ บทความของเราอาจจะยาวถึง 3 หน้ากระดาษ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวเราค่อยมาต่อกันที่บทความหน้าดีกว่าเนอะ

ถ้าต้องให้เลือกระหว่าง “มือปราบผีบอก” กับ “มือปราบผีกระเจิง” แล้วล่ะก็ สำหรับเราขอไม่เลือกอะไรเลยแล้วกัน เพราะถ้าเลือกแบบแรกซึ่งก็คือ “นิทธันต์” เราอาจจะต้องรู้สึกหลอนๆ กันบ้างล่ะ เวลาที่เขาพูดคุยกับลูกอิน แต่ถ้าให้เลือกแบบที่สองอย่าง “สารวัตรจักร” ผู้ไม่เคยกลัวผีสางที่ไหน เพราะเป็นคนดวงแข็งและไม่เคยเจอผีหลอกเลยสักครั้ง ก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าไปอยู่ใกล้ๆ แล้วจะไม่เห็นไปด้วยนี่นา ผีเค้าอาจจะไม่หลอกสารวัตรก็จริงแต่จะมาหลอกเราแทนไง แค่คิดขอแอบขนลุกแล้วเนี่ย!

ความเข้มข้นของเนื้อเรื่องที่ชวนให้ติดตามและคาดเดาไปในทิศทางต่างๆ ได้หลากหลายทาง ทำให้เราวาง “ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ ตอน อยากได้ ใคร่มี” เล่มนี้ไม่ลงเลย

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุด…ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ…คลิ๊ก