ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ ตอน หลงใหลใฝ่ฝัน – ความต้องการเป็นของใครก็ของคนนั้น

ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ ตอน หลงใหลใฝ่ฝัน

ผู้แต่ง อลินา

สำนักพิมพ์ ลูกองุ่น

พิมพ์ครั้งที่ 1/ มีนาคม 2560

จำนวนหน้า 136 หน้า

ราคา 130 บาท

คำโปรยปกหลัง

ไม่ค่ะ ตำรวจลงความเห็นว่าตาตายเพราะสูดคาร์บอนไดออกไซด์มากเกินไป เพราะข้างเตียงมีเทียนหอมที่ดับแล้วสามเล่ม

นิทธันต์ชะงัก เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าที่ถามมาทั้งหมดนั้นจะเสียเวลาเปล่าหรือเปล่า อธินาถแกล้งกันหรือเปล่าที่ส่งปศุตามา

มันก็เป็นไปได้นะครับ เคยมีคนเสียชีวิตเพราะจุดเทียนในห้องที่ปิดสนิทแล้วไฟผลาญออกซิเจนในห้องไปจนหมด

ตาทราบค่ะ แต่แค่เทียนสามเล่มเนี่ยนะ จะสร้างคาร์บอนไดออกไซด์มากแค่ไหนกัน อีกอย่างตาไม่ได้ปิดห้องจนสนิทนะคะ ถึงจะไม่เปิดแอร์เพราะอากาศข้างนอกเย็น แต่ตาก็แง้มหน้าต่างไว้นิดนึง ไม่มีทางที่ทั้งห้องจะเต็มไปด้วยแก๊สพิษแน่ แล้วที่สำคัญเทียนนั่นของใครก็ไม่รู้ ไม่ใช่เทียนของตา ตาเป็นหวัด คัดจมูก จะจุดเทียนหอมไปทำไมคะ

ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษแห่งประเทศไทย

เพราะตกปากรับคำกับอธินาถผู้สื่อวิญญาณสาวไว้ว่าจะเป็นพันธมิตรช่วยเหลือกัน นิทธันต์จึงต้องรื้อคดีประหลาดของหญิงสาวที่ตายเพราะเทียนสามเล่มในห้องนอนที่ปิดสนิท ผู้เช่าบ้านร่วมสามห้องสี่คน ทุกคนไม่มีอะไรน่าสงสัย แต่ใครคือผู้ลงมือ และฆาตกรรมอำพรางช่างภาพนิตยสารธรรมดาๆ คนหนึ่งทำไม

โชคดีได้คู่หูเก่า ... จตุรนต์มาร่วมสืบหาความเป็นธรรมให้กับผู้ตาย งานนี้สองแรงแข็งขัน คดีฆาตกรรมในห้องที่ปิดตาย (จริงหรือ) คงไม่เกินกำลังสองหนุ่มแน่นอน!

 รีวิวชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ ตอน หลงใหลใฝ่ฝัน 

ตอนนี้เราก็เดินทางกันมาจนถึงเล่มที่ 4 หรือเล่มสุดท้ายของนิยายชุด “ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ” กันแล้วนะคะ ในวันนี้เราจึงมีความรู้สึกเสียดายและแอบเศร้านิดหน่อย ที่เราคงจะต้องบอกลา “นิทธันต์” และตัวละครที่มีสีสันทุกตัวในเรื่องนี้ แต่เราก็หวังนะคะว่าในอนาคตเราอาจจะมีโอกาสได้อ่านเล่มต่อไปเพราะเหมือนจะยังมีเรื่องราวที่ต่อเนื่องจากหน้าสุดท้ายของเล่มที่ 4 นี้อยู่ค่ะ… ทุกคนเคยมีเรื่องอะไรที่ทำให้รู้สึกสนใจจนถึงขั้นหลงใหลกันบ้างมั้ยคะ สำหรับเราตอบได้เลยว่าเรามีความชื่นชอบการอ่านหนังสือมากๆ โดยเฉพาะหนังสือแนวสืบสวนสอบสวน และยิ่งถ้าเป็นนามปากกาของ “คุณกิ่งฉัตร” ด้วยแล้ว เรานี่ติดงอมแงมเลยค่ะ

วิญญาณสาวนามว่า “ปศุตา” ได้เดินทางมาขอให้ “นิทธันต์” ช่วยรื้อคดีที่ตัวเองถูกฆาตกรรมขึ้นมาอีกครั้งเพราะมีเงื่อนงำบางอย่างที่น่าสงสัยและไม่น่าจะเป็นไปได้ แม้ว่าคดีจะถูกปิดลงไปแล้วและได้มีการสรุปสาเหตุการตายว่า เกิดจากการที่ผู้ตายจุดเทียนหอม 3 เล่ม ในห้องที่ปิดสนิทของตัวเอง จึงทำให้ทั้งห้องมีแต่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์และเมื่อไม่มีออกซิเจนหลงเหลือให้หายใจอยู่เลย ผู้ตายจึงเสียชีวิตในที่สุด แต่เจ้าตัวก็ยืนยันกับนิทธันต์อย่างหนักแน่นว่าเทียนหอมต้นเหตุทั้ง 3 เล่มนี้นั้น ไม่ใช่ของตนและตนไม่ได้มีนิสัยเผาผลาญเงินทองด้วยการจุดเทียนเล่นแน่ๆ รวมทั้งในคืนนั้นผู้ตายมีอาการมึนหัว เป็นหวัดและคัดจมูก ต่อให้มีการจุดเทียนหอมเป็นสิบเล่มก็ไม่มีทางที่จะได้กลิ่นอยู่ดี เพราะฉะนั้นการจุดเทียนหอมที่มีทั้งสีสันและกลิ่นที่แตกต่างกันถึง 3 เล่มจึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยและอยู่ผิดที่ผิดเวลามากที่สุด

เมื่อนิทธันต์ได้พิจารณาเรื่องราวที่วิญญาณสาวเล่าจนจบและตอบคำถามของเขาจนครบทุกข้อแล้ว เขาสามารถสรุปสาเหตุการตายได้เพียงข้อเดียวว่า นี่ต้องเป็นการ “ฆาตกรรม” กันอย่างแน่นอน โชคดีที่ท้องที่ที่มีอำนาจหน้าที่ในการรับผิดชอบคดีของปศุตาคือท้องที่ที่ “ร.ต.อ.จตุรนต์” หรือ “ผู้กองเดียว” คู่หูเก่าของเขา (ที่ตอนนี้ได้เลื่อนยศเป็นผู้กองแล้ว) สังกัดอยู่ เขาจึงขอให้ “สารวัตรจักร” ช่วยประสานงานกับทางผู้ใหญ่ ขอให้คู่หูเก่าของเขามารับผิดชอบคดีนี้ การตายของปศุตาจะต้องไม่เสียเปล่า ทั้งเขาและผู้กองเดียวจะช่วยกันสืบหาสาเหตุการตายครั้งนี้ให้ได้!

“ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ” ในเล่มที่ 4 นี้มีชื่อตอนว่า “หลงใหลใฝ่ฝัน” ค่ะ เราเชื่อว่าความต้องการของมนุษย์นั้นย่อมมีข้อแม้หรือขีดจำกัดอะไรบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราได้เจอสิ่งของที่ถูกใจและอยากจะมีสิ่งนั้นไว้ในครอบครอง แน่นอนว่าเราคงไม่สามารถหยิบฉวยมันมาไว้ในมือได้ทันที เพราะมันก็ย่อมมีราคาค่างวดของมัน เราจึงต้องใช้สิ่งสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า เงิน แลกกับของสิ่งนั้น มันคงจะไม่เหลือบ่ากว่าแรงอะไรถ้าของที่เราอยากจะได้มันไม่ได้มีราคาแพง แต่… หากกลับกัน ถ้าของสิ่งนั้นมันมีราคาที่สูงมาก มากเกินกว่าเงินในมือของเราล่ะ สำหรับคนทั่วไปก็อาจจะตัดใจหรือใช้เวลาเพื่อเก็บเงินสักพักแล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้งว่าของสิ่งนั้นมันยังจำเป็นอยู่หรือป่าว และความจำเป็นนี่แหละคือข้อแม้ที่เราหมายถึง

คำถามก็คือ “เราจะจัดการกับความชอบที่ถูกพัฒนาให้กลายเป็นความหลงใหลได้อย่างไร?” ลองคิดคำตอบเล่นๆ กันดูนะคะ

พระเอกของเราอย่าง “นิทธันต์” ไม่เคยทำให้เราผิดหวังในการสืบหาสาเหตุการตายของวิญญาณที่มาขอให้เขาช่วยเหลือเลยสักครั้งเดียว แถมยังสามารถปิดคดีที่เกิดขึ้นและนำตัวคนร้ายตัวจริงมาลงโทษได้อย่างสวยงาม นี่ถ้ามีงานมอบโล่ห์ประกาศเกียรติคุณคนทำความดีแล้วล่ะก็ ชื่อของนิทธันต์จะต้องติดอยู่ในรายชื่อคนที่จะได้รับโล่ห์ด้วยอย่างแน่นอน นอกจากจะฉลาด ช่างสังเกตุและจริงจังในการสืบหาความจริงแล้ว ก็ยังมองเห็นจิตใจของคนได้อย่างทะลุปรุโปร่งโดยไม่ต้องอาศัยความสามารถพิเศษในการอ่านใจหรือใช้พลังจิตในการเข้าถึงเลย เก่งและดีขนาดนี้จะไม่ให้รักได้ยังไงกัน ขออ่านเรื่องราวของนิทธันต์ต่ออีกสัก 10 เล่มได้มั้ยคะ

เมื่อพูดถึงพระเอกกันไปแล้ว ถ้าไม่พูดถึงเพื่อนพระเอกอย่าง “ร.ต.อ. จตุรนต์” หรือ “ผู้กองเดียว” ก็จะกะไรอยู่ แม้ว่าผู้กองเดียวเขาจะมีบทเด่นในหนังสือชุด “สาวน้อยเกวลิน” อยู่แล้ว แต่เราก็ยังไม่รู้สึกว่าโดดเด่นอะไรมาก อาจจะเพราะตัวละครในเรื่องนั้นเขาก็มีสีสันที่น่าจดจำกันพอสมควร คุณผู้กองเลยโดนรัศมีของเจ๊ขบูร (ตัวละครในสาวน้อยเกวลิน) กลบหมด พอได้มาฉายเดี่ยวช่วยนิทธันต์สืบคดีและเค้นความจริงจากปากผู้ร้ายในเล่มนี้ เลยเหมือนได้โชว์ความสามารถ นอกจากนั้นเรายังได้เห็นมุมน่ารักๆ เวลาอยู่กับเพื่อนหรือเวลาที่คุณผู้กองเขาเขินเวลาสาวๆ พูดด้วย เลยทำให้ผู้อ่านอย่างเราได้กำไรไปเต็มๆ เดี๋ยวต้องไปอ่านเรื่อง “สาวน้อยเกวลิน” ต่อแล้วล่ะแบบนี้

เราชอบคำพูดประโยคหนึ่งของนิทธันต์ในเล่มนี้มาก นั่นก็คือ “คนที่น่าเกลียดที่สุดสำหรับเขาคือคนที่ทำลายความฝันของคนอื่นเพื่อความฝันของตัวเอง คนที่หน้ามืดตามัวหลงใหลใฝ่ฝันในสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวจนทำลายชีวิตผู้อื่นอย่างไม่ยุติธรรม” และเราเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มเลย

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุดชมรมคนมีสัมผัสพิเศษคลิ๊ก