ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ ตอน ทำเพื่อรัก – ความหมายอันยิ่งใหญ่ของความรัก

ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ ตอน ทำเพื่อรัก

ผู้แต่ง อลินา

สำนักพิมพ์ ลูกองุ่น

พิมพ์ครั้งที่ 2/ ตุลาคม 2556

จำนวนหน้า 191 หน้า

ราคา 150 บาท

คำโปรยปกหลัง

พวกแกเป็นใคร

คนธรรมดานี่แหละนิทธันต์ยักไหล่แต่ก็มีอะไรพิเศษกว่าคนอื่นนิดหน่อยเหมือนกับที่นายมี

ฉันไม่มีอะไรฝ่ายนั้นตอบ น้ำเสียงเหมือนอย่ามายุ่งกับฉัน แต่ในดวงตานั้นมีแววอยากรู้อย่างปิดไม่มิด

นายมี นายได้ยินเสียงเชิญจากน้องสาวฉัน และนายตอบรับ ฉะนั้นเราถือว่านายเป็นสมาชิกใหม่ของชมรมเด็หหนุ่มชี้แจงอย่างอดทนนี่คือการเชิญเข้าชมรมอย่างเป็นทางการ เราจะส่งกระแสจิตออกไป ถ้าใครตอบรับกลับมาก็เรียบร้อย ถือเป็นสมาชิกชมรมทันที

ชมรมบ้าอะไรเขากระชากเสียงถามอย่างตระหนก หากลึกๆ ยังมีแววใคร่รู้

นิทธันต์เปิดซองธนบัตรแล้วหยิบนามบัตรที่ไม่เคยคิดว่าในชีวิตนี้จะได้ใช้ขึ้นมาส่งให้ สิ่งที่พิมพ์อยู่บนนามบัตรไม่มีอะไรมากนอกจากชื่อชมรม ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์เท่านั้น

คนรับทำท่าเหมือนกำลังรับกระดาษอาบยาพิษก็ไม่ปาน เขาก้มอ่านแล้วทำปากเบ้

ชมรมคนมีสัมผิสพิเศษแห่งประเทศไทยเนี่ยนะ

ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษแห่งประเทศไทย

นิทธันต์เป็นสมาชิกคนแรกที่เกิดในชมรม เขาเห็นคนตายแต่ไม่อยากข้องเกี่ยว เพราะแค่วิญญาณเอาแต่ใจของเพื่อนสาวข้างตัวก็เต็มกลืนเต็มทนแล้ว แถมวิญญาณอาฆาตบางดวงยังไม่อยากให้เขาเข้าไปยุ่งอีกด้วย แต่ชายหนุ่มเป็นคนใจอ่อน โดนขอร้องหนักเข้า ก็จำต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือจนได้

งานนี้ไม่รู้ว่าเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอแท้ๆ หรือเปล่า เพราะทำไปทำมาคนเห็นผีทำท่าว่าจะกลายเป็นผีเสียเอง!

 รีวิวชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ ตอน ทำเพื่อรัก 

อากาศในช่วงนี้ค่อนข้างแปรปรวนนะคะ บางวันแดดออกแจ่มใส บางวันฝนตกฟ้าครึ้ม แล้วบางวันอยู่ดีๆ ลมหนาวก็พัดมาซะอย่างนั้น มันคงจะดีไม่น้อยนะคะ ถ้าเราสามารถพยากรณ์ได้ว่าอากาศวันนี้จะเป็นอย่างไรได้อย่างแม่นยำ พออ่านมาถึงตรงนี้คงสงสัยกันแล้วใช่คะ ว่าเราจะพูดถึงเรื่องดิน ฟ้า อากาศไปทำไม ก็เพราะว่าในวันนี้เราจะมาพูดถึงหนังสือชุด “ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ” ของคุณกิ่งฉัตร ที่ใช้นามปากกาในการเขียนหนังสือชุดนี้ว่า “อลินา” นั่นเองค่ะ และเมื่อได้ขึ้นชื่อว่าสัมผัสพิเศษแล้วล่ะก็ จะต้องมีอะไรที่พิเศษๆ รอเราอยู่อย่างแน่นอน…

หลังจากที่ “นิทธันต์” ลาออกจากการรับราชการตำรวจแล้ว เขามาทำงานเป็น “ที่ปรึกษา” ให้กับ “บริษัทจับฉ่าย” บริษัทนำเข้า-ส่งออกสินค้าของ “ธีรัตม์” ผู้เป็นอา ผู้ซึ่งมักจะตีอกชกหัวตัวเองในเรื่องของสัมผัสพิเศษทุกครั้ง เนื่องจากธีรัตม์เป็นลูกชายคนสุดท้องของครอบครัวที่สมาชิกทุกคนต่างก็มีพลังพิเศษ พี่ชายทั้งสองคนของเขาอย่าง “นิชฌาน” และ “ไนยชน” ซึ่งเป็นพ่อของนิทธันต์ ทั้งสองต่างก็มีพลังจิตและสามารถรับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ อีกทั้งหลานชายและหลานสาวของเขาก็มีพลังพิเศษนี้เช่นกัน แต่ตัวเขากลับทำได้เพียงพยากรณ์อากาศจากสิ่งของที่เผลอหยิบติดมือไปเท่านั้น ทำให้บางทีธีรัตม์ก็อดรู้สึกน้อยใจไม่ได้ที่เขาไม่สามารถเห็นวิญญาณแบบที่นิทธันต์หลานชายของเขามองเห็นได้ เขาเพียงแค่อยากรู้ว่า ความรู้สึกเวลาขนลุกตั้งชัน หรือเย็บวาบๆ ตอนได้เห็นวิญญาณนั้นเป็นอย่างไร

การทำงานเป็น “ที่ปรึกษา” ของนิทธันต์ในบริษัทจับฉ่ายนั้น นอกจากจะไม่ได้ทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแล้ว เขาก็ทำเพียงแค่จัดการเอกสารด้านกฎหมายหรือคอยดูแลลูกค้าที่เดินทางมาติดต่อ พาไปเที่ยวบ้าง เอนเตอร์เทนบ้างตามแต่โอกาสเท่านั้น เพราะ ส่วนใหญ่ งานของเขา (จะเรียกว่างานก็ไม่ถนัดปาก เรียกว่าเป็น “เบ๊” ของอาธีน่าจะดีกว่า) คือการคอยดูแลและต้อนรับเพื่อนของอาธี ที่มักจะชอบจัดงานปาร์ตี้ตามประสาคนโสดที่คอนโดเสียมากกว่า และวันนี้ก็เช่นกัน คอนโดของธีรัตม์เป็นคนโดหรูที่ตั้งอยู่กลางใจเมืองดูน่าอยู่ก็จริง แต่เขามักจะต้องทำใจก่อนมาเยือนที่แห่งนี้ทุกครั้ง เพราะห้องของอาธีมี แพ็คเกจเสริม เป็น วิญญาณ สาวตนหนึ่งที่มักจะเดินไปกระโดดลงจากระเบียงห้องซ้ำๆ และถึงแม้จะมีวิญญาณของเพื่อนสนิทคอยติดสอยห้อยตามดั่งเงาตามตัว เขาก็ต้องยอมรับว่าตั้งแต่เกิดมาจนสามารถ แยกแยะ ได้ว่า คนเป็น กับ คนตาย แตกต่างกันอย่างไร เขาก็ยัง ไม่ชิน กับเรื่องนี้เสียที แล้วนี่ยังต้องมาเจอกับเพื่อนร่วมคอนโดของอาธีที่มีผีเกาะอยู่บนบ่าอีก ถ้าไม่ติดว่าเป็นคนขี้ใจอ่อน แล้วอาธีมาขอให้ช่วยล่ะก็ เขาก็ขอบายดีกว่า…

หนังสือชุด “ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ” นี้มีทั้งหมด 4 เล่มด้วยกันนะคะ โดยเนื้อหาหลักๆ จะเกี่ยวกับครอบครัวหนึ่งที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวต่างก็มีพลังพิเศษที่แตกต่างกันออกไป อย่างตัวละครหลักของเราซึ่งก็คือ “นิทธันต์” นั้นจะสามารถมองเห็นวิญญาณได้ และเล่มแรกที่เราจะมารีวิวกันในวันนี้มีชื่อตอนว่า “ทำเพื่อรัก” ตอนแรกที่ได้เห็นแค่ชื่อหนังสือ เราคิดว่ามันจะต้องเป็นแนว แฟนตาซี ประมาณว่าใช้พลังพิเศษมาต่อสู้กับผู้ร้ายอะไรแบบนั้น (สงสัยว่าคงจะดูหนังมากไปหน่อย) แต่จริงๆ แล้วจะออกแนว สืบสวนสอบสวน มากกว่าไปทางเรื่องลึกลับ สำหรับเล่มแรก คดีที่นิทธันต์ต้องช่วยไขความกระจ่างนั้น เกี่ยวข้องกับเพื่อนร่วมคอนโดของอาธีที่มีผีเกาะอยู่บนบ่าด้วยความอาฆาตแค้น (และในสภาพที่ไม่ชวนมอง)

อาจจะเพราะว่าเป็นเล่มแรกของชุด คดีที่เกิดขึ้นจึงยัง ไม่ค่อย ยาก สามารถเดาได้ค่อนข้างง่ายว่าใครเป็นฆาตกรและทำไปเพราะเหตุใด เหมือนเริ่มวอร์มให้เครื่องติด ในส่วนของ มุขตลก แน่นอนว่าถูกใส่ลงมาได้อย่างถูกจังหวะ และ พอดิบพอดี ทั้งๆ ที่สถานการณ์กำลังมาคุ ก็ยังสามารถหัวเราะไปกับมุขตลกนั้นได้ ตัวละครทุกตัวสามารถแสดง สีสัน ของตัวเองออกมาได้เป็นอย่างดี จึงทำให้เราจำได้ว่าตัวละครตัวนี้ชื่ออะไรและมีพลังพิเศษอย่างไร ซึ่งนอกจากตัวละครที่เป็นคนเป็นจะน่าจดจำแล้ว ก็ยังมีตัวละครที่เป็นคนตายที่น่าจดจำเช่นกัน นั่นก็คือ “อินทุภา” หรือ “ลูกอิน” ผู้เป็นทั้งวิญญาณและเป็นทั้งเพื่อนสนิทที่คอยติดสอยห้อยตามอยู่กับพระเอก คำว่าน่าจดจำสำหรับเราในที่นี้จะว่า รำคาญ ก็ใช่ แต่จะว่า เอ็นดู ก็ได้เหมือนกัน เราชอบเวลาที่ลูกอินพูดตรงๆ แม้ว่าบางครั้งจะเป็นการพูดแบบขวานผ่าซาก แต่เราก็รู้สึกว่า เฮ้ย มันจริง! แต่ในชีวิตคนเรามันพูดอะไรแบบนั้นออกไปไม่ได้ไง แต่สำหรับลูกอินนี่ไม่ต้องกลัวเลย เพราะไม่มีใครได้ยินนอกจากนิทธันต์

หากใครได้มีโอกาสอ่านหนังสือชุด “สาวน้อยเกวลิน” แล้วล่ะก็ จะต้องดีใจแน่ๆ ที่ได้เห็นบทบาทการทำงานแบบจริงจังของ “ผู้หมวดบลูชีส” หรือ “ร.ต.ท. จตุรนต์” ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทอีกคนของนิทธันต์ สงสัยว่าเล่มต่อๆ ไปเราอาจจะได้เจอตัวละครจากเรื่องๆ มาสมทบกันอีกนะเนี่ย

แม้ว่าเล่มจะเล็กและมีเนื้อหาเพียง 190 กว่าหน้า แต่อัดแน่นไปด้วย ความสนุก ที่ทำให้เราอยากอ่านเล่มต่อไป เพราะอยากรู้ว่าเล่มหน้าพระเอกของเราจะต้องเจอผีแบบไหน แล้วต้องตามไปสืบเรื่องอะไร แล้วจะรอดมั้ย พออ่านจบแล้วอยากให้นิทธันต์ไปเปิดสำนักงานนักสืบเลย!!

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุด…ชมรมคนมีสัมผัสพิเศษ…คลิ๊ก