คิวบิก #4 (ภาคไฟนอล) หนี้หัวใจ… ที่ไม่ได้ก่อ – ความรักเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ

คิวบิก-เล่ม-4-ภาคไฟนอล

ผู้แต่ง B 13 S.t

สำนักพิมพ์ Princess สำนักพิมพ์ในเครือสถาพรบุ๊คส์

พิมพ์ครั้งที่ 13/ มิถุนายน 2557

จำนวนหน้า 320 หน้า

ราคา 200 บาท

คำโปรยปกหลัง

การถูกลักพาตัวทำให้เธอได้เผชิญหน้ากับผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดเมื่อสิบเก้าปีก่อน… ปิดฉากการต่อสู้ของ CUBIC ที่ต้องใช้ชีวิตใครหลายคนเป็นเดิมพัน

เหตุการณ์ลอบฆ่า ฤทัยนาค นำไปสู่การสืบหาผู้คอยชักใยทุกคนที่อยู่เบื้องหลังสงครามแก๊งเมื่อสิบเก้าปีก่อน ฤทัยนาคถูกวางยาและถูกลักพาตัวมาที่อังกฤษ จนได้เผชิญหน้ากับ ‘เงา’ อีกคนที่ราวกับปีศาจร้าย เขาเฉียบแหลม และเหมือนมองทะลุจิตใจของเธอได้ อีกทั้งยังถนัดการยืมมือคน และยินดีทำทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ต้องการ ไม่เว้นแม้กระทั่งการฆ่าคนที่เปรียบเสมือนลูกชาย เธอต้องทำเช่นไรถึงจะเอาชนะเขาได้ เมื่อเขากำลังสร้างแผนการเพื่อใส่ร้ายว่าเธอเป็นผู้ทรยศฉายหงกรุ๊ปอีกคน…

ท่ามกลางการต่อสู้อันเข้มข้น ปมในอดีตที่เป็นแผลใจของใครหลายคนกำลังถูกคลี่คลาย… ฤทัยนาคต้องใช้ชีวิตเป็นเดิมพันในเกมนี้ เธอจะไม่ยอมปล่อยให้ CUBIC ถึงกาลอวสาน เธอจะรักษาสัญญาที่ให้เขาไว้ว่า ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใด เธอก็จะต้องกลับไปยืนอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้งให้ได้ เมื่อสิบเก้าปีที่แล้วเธออาจไม่สามารถปกป้อง ‘เขา’ ไว้ได้ แต่ตอนนี้ในฐานะของ CUBIC เธอจะไม่ยอมให้ใครทำร้าย หรือแตะต้องคนที่เธอรักได้อีกเด็ดขาด

 รีวิว…คิวบิก #4 (ภาคไฟนอล) 

ในที่สุดตอนนี้เราก็เดินทางมาถึงเล่มสุดท้ายของหนังสือนิยายชุด “คิวบิก หนี้หัวใจ… ที่ไม่ได้ก่อ” กันแล้วนะคะ แอบเสียดายเหมือนกันค่ะที่เราคงจะต้องโบกมือลาคุณพี่หลินหลานเซ่อกับคุณน้องฤทัยนาคและตัวละครที่มีสีสันอันน่าจดจำหลากหลายคน แต่ไม่ว่ายังไงเรื่องราวของพระ-นางคู่นี้ก็จะยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเราเสมอ และเราเชื่อว่าในอนาคตเราจะต้องหยิบหนังสือนิยายชุดนี้มาอ่านอีกหลายๆ รอบอย่างแน่นอน (ถึงแม้ว่าจะมีถึง 4 เล่มก็ตาม) สำหรับใครที่ได้เตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมพร้อมกับตอนจบกันมาบ้างแล้ว… ไปอ่านบทสรุปของเรื่องนี้กันได้เลยค่ะ

“ฤทัยนาค” โดนใครบางคนลักพาตัวมาที่ประเทศอังกฤษพร้อมกับสาวไต้หวัน “หยาง ไป๋ซิง” ในวันที่หญิงสาวขอขึ้นมาพบบนตึกของฉาบหงกรุ้ปเพื่อพูดคุยเรื่องสำคัญ การโดนลักพาตัวในครั้งนี้ทำให้ฤทัยนาคได้พบกับ “เรเว่น แนช” ชายชราที่ดูสุภาพและอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผู้ที่วางแผนและอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งเหตุการณ์การทรยศฉายหงกรุ้ปของ “มากาเร็ต แอน คาเว่น” แม่ของ “หลิน หลานเซ่อ” เมื่อสิบเก้าปีก่อนและเหตุการณ์ลอบสังหารเธอที่คฤหาสน์คาเว่น รวมทั้งการลักพาตัวหยาง ไป๋ซิงคราวที่แล้วโดยยืมมือของ “เดนิส เจมส์ คาเว่น” ชายหนุ่มผู้เปรียบเสมือนลูกชายของตน

เมื่อ “ฤทัยนาค” คนรักของ “หลิน หลานเซ่อ” ผู้นำสูงสุดแห่งฉายหงกรุ้ปโดนลักพาตัวไป ชายหนุ่มแทบจะกลายร่างเป็นปีศาจ เขาอยากจะทำร้ายทุกคนที่เกี่ยวข้อง ถ้าไม่ติดว่าเขาได้พบข้อความที่ฤทัยนาคทิ้งไว้ก่อนที่จะโดนลักพาตัวแล้วล่ะก็… เขาจะยิงบอดี้การ์ดทุกคนที่บกพร่องในหน้าที่ทิ้งให้หมด โทษฐานที่ไร้ประโยชน์! เขาอดทนรอฤทัยนาคตามที่เธอได้ขอเอาไว้ เขามั่นใจในฝีมือของ ‘เธอ’ ฝีมือของ ‘CUBIC’ เธอจะทำสำเร็จและกลับมาหาเขาอย่างปลอดภัยเหมือนอย่างเคย แต่ ‘คนผิด’ ก็คือ ‘คนผิด’ และคนที่ผิดสัญญาแอบทำงานลับหลังเขาโดยไม่บอก ยังไงก็ต้องถูกลงโทษ! ขยับงานแต่งงานของเขากับเธอให้ไวขึ้นอีกสักปีก็น่าจะดีเหมือนกัน

การได้พบกับ “เรเว่น แนช” ทำให้ฤทัยนาคมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเองมากขึ้น และตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่าชายชราต้องการอะไรจากเธอ แน่นอนมันไม่ง่ายที่จะต้องตามเกมของเขาให้ทัน แต่ ‘เงา’ ก็คือ ‘เงา’ และเมื่อเงาคนนั้นคือ CUBIC อย่างเธอ เธอจึงไม่จำเป็นที่จะต้องวิ่งตามแผนการของเขา แต่หมากทุกตัวในกระดานจะต้องถูกจับให้เดินไปอย่างที่เธอต้องการต่างหาก ชัยชนะในการต่อสู้ครั้งนี้จะต้องเป็นของเธอเท่านั้น! ไม่ว่ายังไงเธอก็จะปกป้องเขา จะกลับมายืนตรงหน้าเขาเพื่อสบนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่มองมาอย่างอบอุ่นและอ่อนโยนนั้นให้ได้ ต่อให้ต้องลำบากขนาดไหน เธอก็จะกลับมาหาเขาตามสัญญา เธอจะไม่ยอมตายเป็นครั้งที่สามอีกแล้ว!

ด้วยความที่เล่มสุดท้ายของ “คิวบิก หนี้หัวใจ… ที่ไม่ได้ก่อ” มีจำนวนหน้าที่น้อยกว่า 3 เล่มก่อนหน้า แต่ต้องสรุปเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด ทั้งเรื่องเกิดขึ้นกับฉายหงกรุ้ปเมื่อสิบเก้าปีก่อน เรื่องที่ฤทัยนาคโดนลักพาตัวพร้อมหยาง ไป๋ซิง ไหนจะเรื่องที่หลานเซ่อต้องตามสืบหาว่าใครอยู่เบื้องหลังการลักพาตัว แถมยังมีเรื่องที่นาคต้องเอาตัวรอดจากชายชราผู้ที่ต้องการสมบัติของ “มากาเร็ต แอน คาเว่น” แม่หลานเซ่อ ซึ่งตอนนี้เราให้เป็นจุดไคลแมกซ์ของเล่มนี้เลย กว่าเหตุการณ์ทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะปกติก็กินพื้นที่ไปเกินครึ่งเล่ม

แน่นอนว่ายังคงมีความตื่นเต้นและลุ้นอยู่เหมือนเดิม จริงๆ น่าจะรู้สึกลุ้นมากกว่าเดิมด้วย เพราะครั้งนี้นางเอกของเรามีเดิมพันสูงมาก ทั้งชีวิตตัวเองและคำสัญญาที่ให้ไว้กับหลานเซ่อ แล้วตัวร้ายอย่าง “เรเว่น แนช” ก็จัดว่าเป็นตัวร้ายที่ร้ายมากจริงๆ เพราะเขาสามารถวางแผนการทุกอย่างได้โดยไม่สนใจความถูกต้องแม้แต่นิดเดียว! ขนาดว่าเขาสามารถวางแผนฆ่าคนที่เปรียบเสมือนลูกของตัวเองได้ลงคอ ขอแค่ผลลัพธ์เป็นไปอย่างที่ตัวเองต้องการก็พอแล้ว เท่านี้ก็พอจะบอกได้คร่าวๆ แล้วใช่มั้ยล่ะคะว่านางเอกของเราจะต้องเจอกับเรื่องชวนปวดหัวขนาดไหน?

ทั้งจำนวนหน้าที่น้อยกว่าเล่มอื่น ความแอ็คชั่นที่มีเกินครึ่งเล่ม ทำให้บทโรแมนติกของพระ-นางอาจจะน้อยไปนิดถ้าเทียบกับเล่มอื่นๆ แม้ว่าในเล่มนี้จะจบในแบบที่เราคิดไว้ คือ แฮปปี้กันทุกฝ่าย แต่ก็ยังมีบทให้เราต้องมานั่งเสียน้ำตามากกว่าบทเขินจนจิกหมอนขาดจนได้ กะว่าเล่มนี้คงจะไม่มีอะไรต้องลุ้นแล้ว ทุกอย่างจะต้องราบรื่นแน่นอน แต่ก็ตามแบบฉบับของหลิน หลานเซ่อกับฤทัยนาคนั่นล่ะ เลยต้องมีเรื่องมาให้ลุ้นได้ยันหน้าสุดท้ายทุกที แถมยังมีพระรองที่อยากจะแย่งชิงนางเอกกับหลานเซ่อโผล่เข้ามาอีก ไม่รู้ว่าช่วงนี้ฤทัยนาคไปกินอะไรมารึเปล่าถึงได้เนื้อหอมกว่าปกติซะอย่างนั้น

แม้ว่าเล่มนี้จะไม่ได้หวานแบบเล่มที่แล้ว ที่คุณพี่หลานเซ่อเค้าทั้งหึง ทั้งหวง ทั้งห่วง ทั้งกอด ทั้งจูบ แต่เราจะได้เห็นภาพความรักของหลานเซ่อกับฤทัยนาคกันชัดเจนมากขึ้น เหมือนกับว่าทุกๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นคือบททดสอบความรักของทั้งสองคนมากกว่าการทดสอบความเป็นอัจฉริยะของนาค ซึ่งนอกจากเราจะได้เห็นความหมายและคุณค่าของคำว่า ‘รัก’ ของพระ-นางแล้ว เรายังเห็นถึงความเชื่อใจ เชื่อในกันและกัน ยอมรับในตัวตนของอีกฝ่ายโดยไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ซึ่งเราคิดว่ามันเป็นอะไรที่ลึกซึ้งกว่าที่ผ่านๆ มาเยอะเลย คุ้มค่ากับเวลาที่เราเสียไปในการอ่านหนังสือนิยายชุดนี้ และเราก็ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับความรักแล้วว่า “การจับมือกันเพื่อก้าวข้ามผ่านอุปสรรคนั้น จะใช้แค่ความรักอย่างเดียวคงไม่พอ”

และถึงหนังสือจะจบไปแล้ว แต่เราคิดว่าเรายังไม่จบแฮะ เพราะยังมีเรื่องสงสัยอยู่อีกหนึ่งเรื่อง นั่นก็คือเรื่อง ‘พ่อ’ ของฤทัยนาค หรือ ‘เงา’ คนที่แล้วนั่นเอง สิ่งที่เราสงสัยคือ ทำไมนางเอกถึงไม่สามารถตามหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพ่อหรือแม่ของตัวเองเจอเลย? จะว่าใช้เอกสารปลอมทุกอย่างทั้งพ่อและแม่ มันก็น่าสงสัยอยู่ อีกอย่างพ่อคนที่เลี้ยงนาคมากับมือก็บอกเองว่าเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อแท้ๆ ของนาค เรียนมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก จะไม่มีรูปถ่ายหลงเหลืออยู่บ้างเลยหรอ หรือหลักฐานทางฝั่งแม่ก็ได้ เราเลยคิดว่าถ้าจะหากันจริงๆ มันก็น่าเจออะไรบ้างนะ อีกอย่างคนไทยที่ไปทำงานที่ฮ่องกงเมื่อสิบเก้าปีก่อนก็คงจะไม่มาก แถมทำงานในบริษัทใหญ่ๆอย่างฉายหงกรุ้ปในฐานะพนักงานกินเงินเดือนธรรมดาๆ อีก มันก็น่าจะเป็นที่สังเกตุอยู่นะ

ยิ่งตอนที่นาคได้เจอกับสายสืบของนักข่าวที่ให้แดนช่วยหา ก็บอกว่ามีชายชาวเอเชียจ้างให้เขาตามสืบเรื่องของครอบครัวคาเว่น เพราะตัวเองอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวนี้มากเกินไป แสดงว่าตำแหน่งที่เงาคนนั้นทำงานอยู่ก็น่าจะไม่ธรรมดา ต้องมีบางคนที่เคยเจอกับเขาแน่นอน อย่างน้อยก็สายสืบชาวอังกฤษคนนี้หนึ่งคน แล้วก็เรเว่น แนชอีกคนล่ะ มันต้องมีหลักฐานอะไรบ้างล่ะ หลักฐานที่มากกว่าแค่การจำนัยย์ตาที่ฉายแววมุ่งมั่นที่เหมือนกับแววตาของนาคได้

หรือว่าการตัดจบประเด็นเรื่องพ่อของนาคให้เป็นไปในทิศทางนี้จะเป็น ‘ตัวเลือก’ ที่ดีที่สุดแล้วสำหรับฤทัยนาค เพราะยังไงๆ ชีวิตก็ต้องเดินไปข้างหน้า หยุดไขว่คว้าถึงอดีตที่ไม่สามารถดึงกลับมาได้ อยู่กับปัจจุบันและใช้เวลาที่มีอยู่ให้มีความสุขมากที่สุด มีชีวิตอยู่เพื่อใช้ชีวิตเคียงข้างคนที่เรารักและรักเราดีกว่า แม้ว่าอนาคตจะเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนก็ตาม…

รีวิวอื่นๆ ของหนังสือชุด…คิวบิก…คลิ๊ก